ร้านหลังเลิกงาน ผู้ชายเชียงใหม่ เขาหายไปไหนกัน? 7 พื้นที่เหมาะโดยเฉพาะผู้ชาย

ร้านหลังเลิกงาน นอกจากจะต้องเป็นร้านยอดนิยมของคนทำงานในหลากหลายสาขาอาชีพ ยังต้องเป็นร้านที่มีกับแกล้มอร่อยพอให้รองท้องได้ก่อนกลับบ้าน เป็นร้านที่ไม่มีอะไรอื่นนอกจากการพูดคุย และเป็นร้านที่ราคาย่อมเยาว์ ถูกใจคอเหล้ากระเป๋าบางจนต้องผูกขาดเป็นขาประจำกันประเภทต้องเมากรึ่มๆแล้วถึงจะเดินซึมๆกลับบ้านกันได้สบายอุรา ส่วนถ้าเป็นวันศุกร์หรือวันหยุดตามเทศกาลใครที่ออกจากร้านนี้ไปแล้วใคร่จะไปไหนกันต่อก็ค่อยหารือกันอีกที ตามพิกัดไปได้ผู้ชายเชียงใหม่เลิกงานเค้าไปคลายเส้นกันที่ร้านไหน

– – – – – – – – – – – – – – –

1. ป้าแดงจิ๊นตุ๊บ

– กินจนยุบก็ยังไม่เลิก

เนื้อย่างจิ๊นตุ๊บ เมนูเด็ดร้านป้าแดง
  • ลายแทงร้าน : แยกสันคะยอม ถ้ามาจากกาดสามแยกติดไฟแดงให้เลี้ยวขวา แล้วยูเทิร์นกลับมาร้านเป็นเพิงอยู่ซ้ายมือเวล
  • เปิด – ปิด : ตั้งแต่ช่วงเย็นหลังเลิกงานถึงห้าทุ่ม

จัดว่าเป็นตำนานของร้านนั่งดื่มหลังเลิกงานของหนุ่มน้อยใหญ่ชาวสันทรายก็ว่าได้ ด้วยประสบการณ์อันยาวนาน ป้าแดงได้พัฒนาสูตรอาหารเฉพาะตัวอันเป็นที่ชื่นชอบถูกปากนักดื่มยิ่งนัก เมนูเด็ดขึ้นชื่อของร้านเห็นจะไม่พ้น จิ๊นตุ๊บ (เนื้อทุบ) เป็นการเอาเนื้อมาย่างจนแห้งดี จากนั้นนำไปทุบบนเขียงด้วยค้อนเหล็กเสียงดังตุ๊บตั๊บ จากนั้นไม่นานเนื้อเหนียวๆก็จะกลายเป็นเนื้อทุบที่เคี้ยวง่ายสบายเหงือก เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มข่าสูตรเด็ดที่มีทั้งแบบแห้งและเปียก เข้ากันที่สุดในสามโลก จานเดียวไม่เคยพอ เมนูอื่นก็เด็ดขาดขึ้นชื่อไม่แพ้กัน ทั้งจิ๊นส้มหมกไข่ (แหนมหมกไข่ย่าง) แอ๊บอ่องออ (ห่อหมกสมองหมู) รวมไปถึงอาหารปิ้งย่างอื่น ๆ ล้วนเป็นที่ชอบอกชอบใจของบรรดาชายฉกรรจ์เขาเลยทีเดียว

จิ๊นส้มหมกไข่ เด็ดโดนไม่แพ้เมนูอื่น
บรรยากาศร้านป้าแดงจิ๊นตุ๊บ และอุปกรณ์การทุบ

ร้านนี้ดังไปไกลถึงผู้ชายต่างประเทศ ป้าแดงตัวจริงกับ แอนดี้ pok pok 

– – – – – – – – – – – – – – –

2. เก๊าบ่าต๋ากบ แก้มแดง

– บอกเลยไม่แพงพี่ต้องมา

ซี่โครงย่าง แหนมย่าง ใครมาร้านนี้ต้องสั่ง
  • ลายแทงร้าน : แยกสันคะยอม ถ้ามาจากกาดสามแยกติดไฟแดงให้เลี้ยวขวา ร้านเป็นเพิงอยู่ซ้ายมือ สังเกตุจะมีต้นต๋ากบ (ตะขบ) อยู่หน้าร้าน จอดรถได้ทั้งสองฟากถนน
  • เวลาเปิด – ปิด : ตั้งแต่ช่วงเย็นหลังเลิกงานถึงสี่ทุ่มครึ่ง (สี่ทุ่มเช็คบิล)

อีกหนึ่งร้านยอดนิยมของชายฉกรรจ์หลังเลิกงาน ทำเลง่าย ๆ ก็คือตรงข้ามกับร้านป้าแดงในข้อหนึ่ง ชื่อต้นต๋ากบมาจากภาษาเหนือแปลว่า ต้นตะขบ มีอยู่หนึ่งต้นถ้วนบริเวณหน้าร้าน ส่วนแก้มแดงคือชื่อเจ้าของร้าน ร้านนี้เปิดมามากกว่าสิบปีตั้งแต่สมัยยังไม่มีโฮมโปรมาตั้ง เริ่มจากร้านเล็ก ๆ ทำกันสองคน ตอนนี้ขยายเพิ่มโต๊ะเข้ามาอีกเพียบ พร้อมพนักงานอีกหลายคนที่ยินดีพร้อมให้บริการด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ตรงหน้าร้านจะมีป้ายบอกวันหยุดแต่ละเดือนอย่างชัดเจน ขาประจำควรอ่านทุกครั้งจะได้ไม่พลาด

อาหารร้านต๋ากบมีพ่อครัวเพียงหนึ่งคน และบอกไว้ชัดเจนในเมนูว่าถ้าคนเยอะอาหารอาจต้องนอนานสักนิด อาหารยอดนิยมก็ได้แก่จำพวกปิ้งย่าง ซี่โครงย่างถือเป็นตัวเด็ด แหนมย่างกินพร้อมพริกกระเทียมจัดว่าโดน คอหมู คางหมูย่าง มีทั้งแบบกรุบกรอบและแบบนุ่มชุ่มลิ้น สนนราคาไม่แพงเลย จานละ 40 – 60 บาท ส่วนราคาเครื่องดื่มก็ตามมาตรฐานแถมโซดายังแช่เย็นอีกด้วยนะพวกเธอ

ร้านโปรดของบรรดาเหล่าชายหนุ่ม
เซ็ตอาหารและเครื่องดื่มยอดนิยมร้านเก๊าบ่าต๋ากบ
เหล่าพ่อครัวแม่ครัวขมักเขม้นปิ้งย่างมือเป็นระวิง

– – – – – – – – – – – – – – –

3. ฮิมโก้ง

– โล่งโจ้งกันไปเลย
ร้านฮิมโก้ง
บรรยากาศคึกคัก
  • พิกัด : เลยแยกข่วงสิงห์ มาทางเส้นจะไปแม่ริมแล้วเลี้ยวซ้ายไฟแดงแรก
  • ที่จอดรถ : จอดได้บริเวณสองข้างทางในละแวกร้าน
  • ร้านหยุด : ทุกวันจันทร์
  • โทร. : 083-9401827

ลัดเลาะจากแยกข่วงสิงห์ เข้าเส้นแม่ริม แล้วหักซ้ายตรงไฟแดงแรก ค่อย ๆ โค้งไปตามถนนสักหน่อยตามที่มาของชื่อร้านที่อยู่ช่วงริมโค้งหรือฮิมโก้งในภาษาเมืองก็จะเห็นร้านนี้อยู่ทางซ้ายมือ เสน่ห์ของที่นี่คือความโปร่งโล่งสบายไม่อึดอัด แถมยังมีบอลให้ดูกันพอเพลิน ๆ และนอกจากจะมีเสียงหัวเราะพูดคุยอย่างเป็นกันเองระหว่างแขกกับเด็กเสริฟในร้าน ร้านนี้ยังอาวุธลับที่เป็นไม้เด็ดอยู่อีกสองอย่าง นั่นคือเรื่องของราคาเครื่องดื่มและกับแกล้มที่ถูกจนน่าตกใจ คือกับแกล้มที่นี่จะอยู่ในระหว่าง 39 – 59 ส่วนเครื่องดื่มประเภทเหล้าเบียร์ก็ราคาไล่เลี่ยกับร้านขายของชำ

และนอกจากเรื่องราคา อาวุธลับสำคัญอีกอย่างก็คือเรื่องของรสชาติกับแกล้มฝีมืออ้ายตู๋กับน้องฝน สองผัวหนุ่มเมียสาวเจ้าของร้านนั้นถือว่าเข้าขั้นเยี่ยมยุทธ์ โดยเฉพาะกับแกล้มจำพวกย่างรวมหมูของอ้ายตู๋ เปื่อยนุ่มและหอมกลิ่นเครื่องเทศพร้อมกลิ่นหอมควันจากเตาย่างที่ชิมแล้วการันตีได้ว่าจะต้องติดใจ ส่วนฝีมือของน้องฝนที่เน้นไปทางพวกต้มแซบร้อน ๆ ก็เปรี้ยวแซบลงตัวแบบไม่ขาดไม่เกินหรือถ้าใครอยากจะชิมกับแกล้มประเภทตำ ที่นี่ก็ยังมีตำมะม่วงสูตรโบราณรสชาติถึงใจเอาไว้ให้น้ำลายสอกันด้วย ช่วงไคลแม็คของร้านจะอยู่ที่ประมาณหกโมงเย็นไปถึงสามทุ่ม เรียกว่าคนนั่งกันแน่นจนโต๊ะเต็มหมดทั้ง 28 โต๊ะกันเลยทีเดียว

เจ้าของร้าน

– – – – – – – – – – – – – – –

4. เก๊าฉำฉา

– หลบเมียจ๋ามานั่งชิล


 เก๊าฉำฉา

  • พิกัด : ริมถนนเส้นหลังโรงเรียนปริ๊นช์
  • ที่จอดรถ : จอดได้บริเวณสองข้างทางในละแวกร้าน
  • เวลาเปิด – ปิด : เปิด 09.00น. – 23.00น. ปิดทุกวันอาทิตย์
  • โทร. : 081-8826547, 081-5316047

 ร้านเก๊าฉำฉา หลังโรงเรียนปริ๊นส์

ทีแรกที่ได้ยินชื่อร้านเป็นภาษาเมืองก็ให้สงสัยว่าเก๊าฉำฉาแปลว่าอะไร พี่เหน่ง เจ้าของร้านร่างใหญ่ท่าทางเป็นคนสนุกสนานเลยยิ้มและชี้ไปที่ต้นฉำฉาต้นใหญ่ ที่อยู่เหนือเพิงในบริเวณร้านให้ดู เพราะคำว่าเก๊านั้นเป็นคำเมืองที่เขาใช้เรียกต้นไม้ใหญ่ ร้านนี้อยู่ตรงริมถนนเส้นหลัง รร.ปริ๊นซ์ เป็นกึ่งร้านกึ่งเพิงขนาดใหญ่ สังเกตุได้ง่าย ๆ แบบไม่ต้องอธิบายทางหรือต้องเลาะเลี้ยวเสาะหากันไปให้มากความ พี่เหน่งเจ้าของร้าน อดีตหนุ่มโรงปูนซีเมนต์ไทยเล่าให้ฟังว่า ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่ที่มาทำต่อจากคุณน้า เพราะเป็นธุรกิจของครอบครัวและเป็นร้านที่คอเหล้าทั้งรุ่นใหม่ยันรุ่นลายครามรู้จักกันดี ซึ่งเดิมทีก็มีขายทั้งเหล้าและเบียร์ รวมถึงเหล้าตอง แต่ตอนนี้งดขายเครื่องดื่มมึนเมา ลูกค้าเลยต้องหิ้วเครื่องดื่มมาเอง ส่วนไม้ตายของเก๊าฉำฉายังอยู่ที่รสชาติของกับแกล้มประเภทปิ้งย่างที่ย่างกันร้อน ๆ ส่งกลิ่นยั่วยวนเรียกลูกค้ากันอยู่หน้าร้าน โดยเฉพาะเนื้อโคขุน เสียบไม้ย่างที่ขายเพียงไม้ละ 10 บาทเท่านั้น

 ร้านเก๊าฉำฉา หลังโรงเรียนปริ๊นส์

 ร้านเก๊าฉำฉา หลังโรงเรียนปริ๊นส์

 ร้านเก๊าฉำฉา หลังโรงเรียนปริ๊นส์

นอกจากนี้กับแกล้มอื่น ๆ ประเภทลาบหรือยำและต้มแซบต่าง ๆ ที่นี่ก็มีไว้บริการ ทีเด็ดอีกอย่างของร้านคือร้านนี้จะเปิดให้บริการตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ใครจะบอกเจ้านายว่าจะไปหาลูกค้าหรือไปติดต่องานข้างนอกแล้วจะแวะไปนั่งดื่มกินกันตั้งแต่กลางวัน แล้วไหลยาวไปจนถึงกลางคืน อันนี้ก็ไม่ว่ากันแต่คงต้องบอกก่อนว่าร้านนี้อยู่ริมถนน ถ้าหลบงานมาก็หลบเข้าไปนั่งโต๊ะใน ๆ หน่อยก็แล้วกัน … อ่อ ลืมบอกไปอีกอย่าง ที่นี่เขาเคยวัดสถิติการดวลเหล้ากันด้วยนะ มากสุดก็เหล้าตอง 11 แก้ว ซึ่งพี่เหน่งเจ้าของร้านแกฝากท้าทายมาด้วยว่า ถ้าใครคิดว่าตัวเองเจ๋งกว่านั้นก็เชิญให้มาท้าทายทำลายสถิติกันได้เลย

 ร้านเก๊าฉำฉา หลังโรงเรียนปริ๊นส์

 ร้านเก๊าฉำฉา หลังโรงเรียนปริ๊นส์

– – – – – – – – – – – – – – –

5. บัวลอย ซอยวัดอุโมงค์

– โล่งไปถึงไส้ติ่ง

บัวลอย ซอยวัดอุโมงค์

  • พิกัด : ถ้าเข้าทางซอยวัดอุโมงค์จะอยู่ทางขวามือ สังเกตที่เตาย่างและป้ายหน้าร้าน
  • ที่จอดรถ : สามารถจอดชิดซ้ายใกล้ ๆ บริเวณร้าน
  • ร้านหยุด : ทุกวันอาทิตย์

เห็นชื่อร้านแล้วอย่าเพิ่งตกใจ เพราะยังไม่คิดเปลี่ยนใจพาไปหาขนมหวานหรือบัวลอยนั่งกินกันคนละถ้วยหลังเลิกงานแล้วรีบแยกย้ายกันกลับบ้านหรอก แต่ร้านบัวลอย – ร่ำเปิงร้านนี้เป็นร้านเหล้าตองแบบเมือง ๆ แท้ ๆ หรือจะเรียกว่าเป็นร้านเหล้าสายฮาร์ดคอร์ในวัฒนธรรมการดื่มกินของชายฉกรรจ์ชาวเชียงใหม่เลยก็ว่าได้ ด้วยเสน่ห์ของการรินเหล้าอย่างพิถีพิถันในแต่ละตอง ที่เราสามารถสัมผัสได้ถึงการใส่ใจต่อเหล้าในทุกแก้วของลูกค้า พร้อมของแกล้มที่วางคู่กันเอาไว้ให้เปรี้ยวปาก ทั้งของฝาดของดองยั่วน้ำลาย ท่ามกลางบรรยากาศการพูดคุยอย่างสนุกสนานและเป็นกันเองกับบรรดาคอเหล้าขาประจำในละแวกนั้น เรียกว่าเป็นบรรยากาศของการดื่มหลังเลิกงานของชายฉกรรจ์ที่ออกรสและเข้มข้นใช้ได้เลยทีเดียว

ร้านเหล้าตอง ป้าบัวลอย ซอยวัดอุโมงค์

ร้านเหล้าตอง ป้าบัวลอย ซอยวัดอุโมงค์

แต่ตามเงื่อนไขที่เราตั้งเอาไว้ในนอกเหนือจากบรรยากาศ ในเรื่องของราคาและรสชาติของกับแกล้ม ที่ร้านป้าบัวลอยก็ใช่ว่าจะมีแต่ของแกล้มไว้สำหรับเหล้าตองอย่างเดียว เพราะป้าบัวลอยยังมีวัวน้อยหรือลูกวัวย่างรสเด็ด ที่มีกลิ่นรสของเครื่องเทศและน้ำจิ้มสูตรพิเศษ ซึ่งไม่ว่าจะถามยังไงป้าบัวก็ไม่ยอมเปิดเผย เพราะเป็นสูตรลับเฉพาะที่หอมทั้งกลิ่นย่างและเนื้อนุ่มเข้มข้นเข้าเนื้อ แต่ป้าบัวก็ยังแอบบกระซิบให้ฟังว่า ป้าต้องไปรับวัวน้อยเป็นตัวมาจากสันกำแพง เอามาหมักจนนุ่มเข้าเนื้อและย่างด้วยไฟอ่อน ๆ ตั้งแต่บ่ายโมง ค่อย ๆ พลิกค่อยๆกลับไปจนถึงสี่โมงเย็น เพื่อให้เนื้อสุกหอม แต่ต้องนุ่มชุ่มเนื้อไม่แห้งจนแข็งเด็ดขาด ส่วนราคาวัวย่างก็อยู่ที่จานละ 50 บาท หรือถ้าใครคิดว่าสั่งวัวย่างมาเป็นกับแกล้มอย่างเดียวมันน้อยเกินไป ป้าบัวก็ยังมีวัวน้อยหรือลูกวัวนึ่งร้อน ๆ จนเนื้อนุ่ม แต่ชุ่มเนื้อในและไม่เหนียว ที่เสริฟมาพร้อมกับน้ำซุปจากน้ำนึ่งวัว ให้มาซดพอคล่องคอแกล้มเหล้ากันอีกด้วย จานนี้ก็ราคา 50 เหมือนกัน แต่รับประกันความนุ่มและความหอมนวลชวนให้น้ำลายสอจริง ๆ

ร้านเหล้าตอง ป้าบัวลอย ซอยวัดอุโมงค์

– – – – – – – – – – – – – – –

6. โฮงหมู

– กินจนร้องอู้หูว! เด็ดจัง

ร้านโฮงหมู

  • พิกัด : ตรงข้ามวัดสันติธรรม
  • ที่จอดรถ : จอดตรงใกล้ ๆ ร้านหรือหน้าวัดสันติธรรม
  • ร้านหยุด : ไม่มีวันหยุด
  • โทร. : 088-252-0436, 053-226897


พี่แหลมกับพี่ออยเจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า ที่ชื่อร้านโฮงหมูเพราะแต่เดิมเปิดอยู่แถวโรงฆ่าสัตว์แถวกำแพงดินที่เขาเรียกกันว่าโรงหมู หรือโฮงหมูตามสำเนียงภาษาเมือง แต่ต่อมาก็ย้ายมาเปิดเป็นร้านขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้าวัดสันติธรรม ซึ่งนับจากเวลาที่ย้ายมาจนถึงวันนี้ก็ประมาณแปดปีเข้าไปแล้ว ส่วนความพิเศษของร้านนี้นอกจากบรรยากาศแบบร้านอาหารประเภทต้นตำรับ มีสูตรเด็ดที่หมูทอด เครื่องในหมูทอด จิ้นส้มหมกไข่ และไส้ทอดกรอบจิ้มน้ำพริกกะปิ ซึ่งเป็นจานเด็ดที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

จิ้นส้มหมกไข่

ทีเด็ดของร้านคือช่วงเวลาเปิด – ปิดร้าน ซึ่งเป็นที่รู้กันในหมู่นักดื่มว่า ร้านนี้จะเปิดถึงตีสี่  ส่วนสนนราคาของกับแกล้มรสเด็ดและเครื่องดื่มกระชับมิตรของร้านนี้ ก็อยู่ในราคามาตรฐานทั่วไป แถมร้านนี้ยังเหมาะอย่างยิ่งสำหรับขาเมาที่นิยมกับแกล้มเต็มโต๊ะ เพราะกับแกล้มที่นี่มีให้เลือกมากมายหลายเมนูและอร่อยเด็ดครบรสทุกจานจริง ๆ

ไส้ทอดกรอบ
– – – – – – – – – – – – – – –

7. เป็ดพะโล้บ้านยวม

– แหล่งรวมชายฉกรรจ์

 เป็ดพะโล้บ้านยวม

  • พิกัด : เส้นตัดใหม่ทางไปสันกำแพง
  • ที่จอดรถ : โอ่อ่าอลังการ กว้างขวางมาก
  • ร้านหยุด : ทุกวันอาทิตย์ เปิดช่วง 4 โมงเย็นเป็นต้นไป
  • โทร. : 085-0321335

 เป็ดพะโล้บ้านยวม

 เป็ดพะโล้บ้านยวม

ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อร้านและรู้ว่าร้านนี้ขายเป็ดพะโล้เป็นหลัก ก็คิดว่ามันใช่ร้านเหล้าหลังเลิกงานแน่เหรอ ? แต่เมื่อถามแม่ทองสุขเจ้าของร้าน แม่ทองสุขก็บอกว่า ร้านนี้ไม่ได้ขายก๋วยเตี๋ยวเป็ด แต่ที่นี่ขายเป็ดพะโล้แกล้มเหล้า และเป็ดที่แม่ทองสุขบอกก็ไม่ใช่จะมีแค่เป็ดสับอย่างเดียว แต่ยังมีบรรดาอะไหล่เป็ดทั้งไส้ ข้อ ปาก ปีก และเครื่องในพะโล้จนเปื่อยนุ่ม ไม่มีอาการเหนียวจนต้องเคี้ยวกันแปดรอบเหมือนกินหนังสติ๊กแกล้มเหล้าแน่นอน  เรียกว่าทั้งเปื่อยทั้งนุ่มกันจนขากรรไกรแทบไม่ต้องออกแรง ยิ่งเมื่อได้จิ้มกับน้ำจิ้มรสเด็ดด้วยแล้ว คงไม่มีอะไรต้องอธิบายต่อกันเลยทีเดียว และนอกจากเรื่องของรสชาติอาหาร ที่นี่ยังมีบริการเหล้าตองตรงบาร์กว้างนั่งสบายต่างจากร้านอื่น แต่ขอโทษ ที่นี่ไม่มีสาว ๆ มารินเหล้าตองให้ แต่มีลูกชายของแม่ทองสุขท่าทางทะมัดทะแมงยืนเทเหล้าตองแบบเท่ ๆ แนว ๆ คอยดูแลนักดื่มอยู่ตรงเคาน์เตอร์อย่างเป็นกันเอง

 เป็ดพะโล้บ้านยวม

 เป็ดพะโล้บ้านยวม

สำหรับบรรดานักดื่มหลังเลิกงานที่อยากมาหาอะไรดื่มแกล้มเป็ดพะโล้นุ่มๆกันที่นี่ ก็เดินทางมาได้ตามเส้นทางไปสันกำแพง พอเลยแยกไฟแดงก็ชิดขวาแล้วชะลอรถสักหน่อย สังเกตดี ๆ ตรงที่มีต้นสนใหญ่ด้านขวามือจะเห็นป้ายร้านชัดเจนหาไม่ยากเลย และที่นี่ยังมีที่จอดรถขนาดกว้างขวางเอาไว้ให้บริการ ส่วนสนนราคาของเป็ดพะโล้ก็อยู่ที่จานละ 70 บาท อะไหล่อื่น ๆ ก็ลดหลั่นกันไป เช่นเครื่องในสับก็ 40 – 50 บาทเท่านั้น เรียกว่าเหมาะการดื่มกันเบา ๆ เมากันแค่พอกลิ้งจริง ๆ เชียว

เป็ดพะโล้บ้านยวม

เป็ดพะโล้บ้านยวม

ตำนานเรื่องเล่าร้านหลังเลิกงาน หรือ ร้านอิซากายะ

“ …  จากข้อมูลบันทึกทางประวัติศาสตร์ มีการบันทึกเอาไว้ว่า การดื่มกินหลังเลิกงานครั้งแรกของโลกนั้น เกิดขึ้นในราวปี คศ.1872 ที่ประเทศอังกฤษ โดยเป็นการดื่มกินระหว่างท่านเค๊าน์จอห์น แรนดอล (John Randoll) ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเหล็กกับนายริคกี้ แฮตตั้น (Ricky Hatton) ซึ่งเป็นกรรมกรในโรงเหล็กที่บังเอิญเดินผ่านทางมาเจอกิออสขายเหล้าเล็ก ๆ ระหว่างทางกลับบ้าน ทั้งสองจึงชวนกันแวะนั่งดื่มพูดคุยกันถึงเรื่องงาน นินทาคนในที่ทำงาน บ่นรำพันกันในเรื่องของกีฬาข่าวสารบ้านเมืองและปรับทุกข์กันเรื่องของเมียอ้วน ๆ ที่บ้าน และเมื่อดื่มกินกันจนวูบวาบ มึนหัวได้ที่ด้วยเวลาไม่นานนักคือประมาณหกโมงเย็นถึงสองทุ่ม ทั้งสองก็แยกย้ายกันกลับ แต่ในวันต่อๆมาหลังเลิกงานในทุก ๆ เย็นทั้งสองก็พากันมานั่งดื่มกันอีกจนกลายเป็นตำนานและเป็นวัฒนธรรมที่ทั่วโลกให้การยอมรับ และนอกจากการดื่มกินในครั้งนั้นจะถูกบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ เรื่องราวที่พูดคุยกันระหว่างท่านเค๊าน์กับนายริคกี้ก็ยังถูกใช้เป็นแพทเทิร์นเดิม ๆ ซึ่งยังเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะบรรดาขี้เมาส่วนใหญ่ต่างลงความเห็นเป็นประชามติโลกว่า หลังเลิกงานเราควรดื่มและคุยกันประมาณนี้แหละดีที่สุดแล้ว เพราะถ้ามากกว่านี้พรุ่งนี้จะไปทำงานไม่ไหว …” จากข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่เราได้อ้างอิงไปแล้วนั้น  ถ้าใครเชื่อหรือใครอ่านแล้วเอาไปใช้อ้างอิงต่อ ๆ ไปในทางวิชาการ เราก็ขอแช่งให้กินเหล้าเท่าไหร่ก็ไม่เมากินเหล้ายังไงก็ไม่สนุก ไร้เพื่อนคู่คิดไร้มิตรร่วมวงไปยาวๆสักสามร้อยชาติ

เพราะข้อมูลที่เขียนไว้ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่เอาไว้อำกันเล่นในวงเหล้าหลังเลิกงาน พอให้รู้สึกว่าการกินเหล้าที่ดีบางทีก็มีสาระเหมือนกัน ถึงจะออกไปทางสาละวนเลอะเทอะดูเปรอะ ๆ ไปหน่อยก็ตาม ในข้อแม้ของการสรรหาร้านเหล้าสำหรับนั่งดื่มหลังเลิกงานของเรา


ท่านใดมีร้านอร่อยหลังเลิกงานแนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้ได้รู้ตามช่องด้านล่างจะตามไปรีวิวอย่างทันท่วงที

Relate Posts :

รวมร้านมิชลิน ไกด์เชียงใหม่ ประจำปี 2023 อร่อยเด็ด ต้องลอง!

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineสวัสดีจ้าวว วันนี้แอดมาแจกพิกัดร้านอาหารที่การันตีความอร่อย บอกเลยว่าแต่ละร้านไม่ธรรมดา!! เพราะเขาได้รางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ เป็นรางวัลที่ทางมิชลิน มอบให้กับร้านอาหารอร่อยและราคาสมเหตุสมผล แต่ละร้านก็มีรสชาติอาหารที่แตกต่างกันออกไป มีทั้งเนื้อนุ่มๆ ละลายในปาก น้ำแกงที่เข้มข้มสุด กับอาหารทะเลแบบสดๆ ว่าแต่จะมีร้านอะไรบ้าง ตามแอดมากั๋นได้เลยจ้าวว 1. ก๋วยจั๊บช้างม่อยตัดใหม่ ร้านที่การันตีความอร่อยด้วยรางวัลมิชลิน 2020 – 2023 และจำนวนลูกค้าที่มาไม่ขาดสาย เมนูขึ้นชื่อก็คงไม่พ้นก๋วยจั๊บน้ำซุปกลมกล่อม อัดแน่นไปด้วยหมูกรอบและเครื่องใน มีไส้ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน นอกจากเมนูก๋วยจั๊บที่ขึ้นชื่อว่าไม่ควรพลาดแล้ว เค้าก็ยังมีเมนูเกาเหลา ก๋วยเตี๋ยวหลอด ปอเปี๊ยะสด และข้าวหมูกรอบที่อร่อยไม่แพ้กันเลย แอดขอบอกเลยว่าหมูกรอบที่นี่คือลำแต้ๆ จ้าว กรอบจริง! 2. ครัวป้าอ้อย ร้านอาหารตามสั่งโดยป้าอ้อย ที่จะทำอาหารสดใหม่จานต่อจาน อาหารมีหลากหลาย แอดลองไปกินก็รอคิวสักพักเค้าจะมีโซฟาให้นั่งรอเน้อ แล้วก็ให้จดรายการอาหารไว้เพี่อความรวดเร็ว พออาหารมาถึงเท่านั้นแหละ หอมขนาด อร่อยถูกปาก แอดชอบเมนูผัดผงกะหรี่ กินกับน้ำพริกน้ำปลาของทางร้านคือเด็ดมากกก นอกจากนี้ร้านป้าอ้อยก็ยังมีอีกหลากหลายเมนู บอกเลยว่าอิ่มคุ้มจ้าววว 3. บุศริน ร้านเด็ดอีกร้านที่เมนูแต่ละเมนูครีเอทจากความชอบของเจ้าของร้าน อาหารไม่มีผงชูรส เน้นคุณภาพและวัตถุดิบ […]

tanna

November 25, 2022

8 ร้านหม่าล่าเชียงใหม่ เด็ด เผ็ด ฟินท้าลมหนาว

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineเข้าหน้าหนาวแล้ว หาร้านนั่งดริ้งกันอยู่รึป่าวน้าา วันนี้แอดมาแจกพิกัดร้านหม่าล่าท้าลมหนาว จะมานั่งเม้าส์มอยกับชาวแก๊งค์ก็ดี มานั่งคนเดียวก็ไหว กินหม่าล่าเผ็ดชาลิ้นกันไปข้าง พร้อมจิบเครื่องดื่มรับบรรยากาศฟินๆ คือปังเน้อ อ่ะ ว่าแล้วอย่ารอช้าตามแอดมาเลยจ้าวว Funky Grill หม่าล่า ฟังกี้กริลล์ แคมป์หม่าล่าเชียงใหม่ ควันจุ๊งจุ๊งหมาล่า ปิ้งย่างฮอตซิก สถานีหม่าล่า หม่าล่า 4 แยก (สาขาศรีปิงเมือง) หม่าหล่าพายัพ (แยกหนองประทีป) หม่าล่าเด้าลิ้นกาดสามแยก 1. Funky Grill หม่าล่า ฟังกี้กริลล์ ฟังกี้กริลล์คือร้านปิ้งย่างหม่าล่า ที่พัฒนารสชาติปิ้งย่างหม่าล่าจากแบบดังเดิม ปรับปรุง ทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่าเลยเน้อจ้าว จนได้รสชาติหม่าล่าที่อร่อยถูกปากในสไตล์ฟังกี้กริลล์ มีให้เลือกทานถึง 50 กว่าเมนู เปิดให้บริการถึง3สาขาจ้าวว พิกัด: ฟังกี้กริลล์ สาขาห้วยแก้ว เปิด-ปิด: ทุกวัน 17:00 – 02:00 น. Facebook: Funky Grill หม่าล่า ฟังกี้กริลล์ […]

tanna

November 11, 2022

Seoul By Nimman เทปันยากิเกาหลี ลีลาดี รสชาติลำ

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineมากินอาหารเกาหลีรสชาติต้นตำรับแบบลำๆ กันจ้าวว ร้านเค้าอยู่ปากซอยนิมมานซอย 5 ฝั่งศิริมังคลาจารย์ มีที่จอดรถ เน้อ บุฟเฟต์ปิ้งย่างเกาหลีอยู่ที่ 499 บาท/คน ไม่จำกัดเวลา!!  มากับเพื่อนก็ดี มาคนเดียวก็ได้ ราคานี้รวมหมู กุ้ง ไข่ม้วน กิมจิ ซุป และอื่นๆ มีเครื่องจิ้มอยู่ 4 แบบ ( น้ำจิ้ม 3 รส/ คันจัง/ โคชูจัง/ โซกึม ) ซึ่งบอกเลยว่าความพิเศษของทางร้านคือการที่มีเชฟปรุงอาหารให้แบบพร้อมกิน เราก็นั่งรอไปเพลินๆ ไม่ต้องปิ้งเองจ้า เริ่ดมาก! แอบกระซิบหน่อยว่าน้ำมันที่ใช้ย่างเป็นน้ำมันหมักกระเทียมเกาหลีสูตรของทางร้าน ที่บอกเลยว่าหอมมากกกก  บุฟเฟต์ปิ้งย่างมาแบบจัดเต็มทั้งหมู กุ้ง ผัก และอื่นๆ แถมมีเชฟย่างให้ ตัดให้ ดีมากแม่! จะกินกับข้าวหรือกินกับผักก็ได้ ใส่น้ำจิ้มนิด กิมจิหน่อย บอกเลยว่าฟิน นอกจากเมนูบุฟเฟต์แล้ว ร้านเค้ายังมีเมนูแบบอื่นๆ ให้ได้เลือกกันด้วยน้า เช่น เมนูเซ็ทกลางวัน […]

Ninereview

November 1, 2022

ฮะจิบัง ไคเซนเมน ราเมนแห้งหน้าแน่น เครื่องเต็มชาม!

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineฮะจิบัง กลับมาอีกครั้งแล้ว ตามคำเรียกร้องกับเมนู “ไคเซนเมน” เป็นความที่สุด ของที่สุด ของความคุ้มและความอร่อยจากฮะจิบัง ราเมน  เครื่องแน่น จัดเต็มไปด้วยหน้าซีฟู้ด ไม่ว่าจะเป็น กุ้งตัวโตๆ นุ่มๆ เด้งๆ ที่แกะมาให้พร้อมทาน เนื้อเด้งมาก ปลาหมึกแห้งทอดกรอบ กรุบกรอบ มีกลิ่นหอมของรสชาติปลาหมึก รวมไปถึงหมูสับ ผักกาดแก้วสด และซอสไคเซนสุดเข้มข้น บอกเลยว่ากลมกล่อมมาก แอดลองคลุกแล้วกินกับเส้นกับหมูสับก็คือเดอะเบส เข้าถึงต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ  ไคเซนเมน 128.- ไคเซนเมน เซ็ท 188.-  จะทานที่ร้าน หรือสั่งไปทานที่บ้านก็ได้เลย รอให้ทุกคนได้มาสัมผัสความอร่อยพร้อมกันแล้วที่นี่ที่เดียวที่ ฮะจิบัง ราเมน  พิกัด: เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต ชั้น 4 เวลาเปิด-ปิด: จันทร์ – ศุกร์ 11:00 – 21:00 น., เสาร์ อาทิตย์ 10:00 – 21:00 น. โทร: […]

Arr

September 23, 2022

เตี๋ยวเนื้อโอชา สายเนื้อถูกใจ ชิ้นใหญ่เต็มคำ รวมเมนูเนื้อไว้ที่นี่แล้วจ้า

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineจัดใหญ่จัดเต็มแบบเบิ้มๆ เน้นๆ ไปกับเมนูเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นหม้อไฟ เมนูเส้น หรือเมนูข้าว ก็ต้องที่นี่เลย “เตี๋ยวเนื้อโอชา” ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสมุนไพรจีนแท้เปิดใหม่ พร้อมห้องแอร์ ที่ได้รวมสารพัดเนื้อ ทั้ง เนื้อใบพายออสเตรเลีย เนื้อเปื่อย เอ็นตุ๋น ไส้ตุ๋น เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของสายเนื้อตัวจริงๆ นอกจากนี้ทางร้านยังมีเนื้อหมูด้วยนะ เลือกกันได้เลย  เมนูที่นี่ก็มีหลากหลาย ทั้งเมนูก๋วยเตี๋ยวที่เราสามารถเลือกเนื้อในส่วนที่ชอบได้เลย เช่น ข้าวหน้าเนื้อพะโล้ เนื้ออบวุ้นเส้น ลวกจิ้มต่างๆ หรือเมนูทานเล่น ปอเปี๊ยะเนื้อชีส ปอเปี๊ยะวุ้นเส้น และ น้ำอัดลมวุ้น น้ำสมุนไพร ที่ปัจจุบันเริ่มหาทานยากแล้วแต่ที่ร้านนี้มี!!  เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ ชุดเซตหม้อไฟ ที่รับประกันความฟินจากเครื่องเคียงที่ร้านให้มาแบบจัดเต็ม ฟินๆ กับเนื้อที่ละลายในปากและน้ำซุปที่แทบไม่ต้องแตะเครื่องปรุง เพราะซุปเขารสชาติดีเข้มข้นสุดๆ   ทางร้านตกแต่งได้สวยมาก หน้าร้านตกแต่งฟีลเหมือนเราย้อนเวลากลับไปนั่งทานในร้านก๋วยเตี๋ยวสมัยก่อน ข้างในมีห้องติดแอร์ด้วยนะ กินหม้อไฟได้แบบสบาย ร้านจะอยู่ทางผ่านสันทรายพอดี ติดข้างทางแวะทานได้ง่าย แนะนำให้แวะไปลองกันจ้า  พิกัด: อยู่ระหว่างแยกมีโชคกับแยกลิขิตวัน อยู่ติดกับชาบูรุ่งเรืองสาขาสันทราย เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 10:00 – 20:00 น. โทร: 098-656-8092 Facebook: […]

Arr

September 12, 2022