กล้วยทอดหน้าอำเภอ กล้วยทอด … กล้วยทอดอีกแล้วเหรอว้าาา ตั้งแต่เกิดมาเห็นร้านกล้วยทอดมากกว่า 7-11 อีก แต่มันจะมีสักกี่ร้านที่กินแล้วไม่กลอกตามองบนคิดว่า “ก็แค่กล้วย” แถมถ้าต้องมาต่อคิวด้วย เอ้า ! งงเข้าไปอีก ทำไมต้องต่อคิว ในเมื่อจะหากินกล้วยทอดจากถนนสายไหนก็ได้ในประเทศเชียงใหม่นี้ เหตุผลก็เพราะว่าร้านนั้นทั้งดังทั้งปังน่ะสิ !
“กล้วยทอดหน้าอำเภอ” คือร้านที่เรากำลังพูดถึง หลายเสียงลือลั่นถึง ความใหญ่ ความกรอบ ความหอม ความอร่อย แต่ที่แปลกประหลาดกว่าใคร คือการเป็นนกตื่นเช้า กระทะแรกพร้อมขายตั้งแต่ 7 โมงเช้านิด ๆ เคยเห็นที่ไหนไหมที่ขายกล้วยทอดตั้งแต่เช้าตรู่ลากยาวถึงบ่าย 3 โมง บางคนก็มาซื้อไปกินกับน้ำชา กาแฟด้วยซ้ำ เอากับเขาสิ ! ซึ่งคนที่จะได้กินก็ต้องทนร้อนทนแดด ยืนต่อคิวสักหน่อย เพราะคนทอดมีแค่คนเดียว แถมใจเย็นเหมือนกำลังทำงานศิลปะ กว่าจะเด็ดกล้วยออกจากเครือ ปอกเปลือก ผ่ากล้วย ชุบแป้ง หยอดลงกระทะ ทุกขั้นตอนค่อย ๆ ทำสลับกันไป ลูกค้าหลายรายที่มาซื้อก็พากันสั่งไม่ต่ำกว่าคนละ 2 ถุง บางคนเพื่อนฝากซื้อ หิ้วกลับไปเป็นสิบก็มี กับปริมาณถุงละ 6 ชิ้นราคา 20 บาทนั้นจะมีอะไรนักหนา มาดูกัน !
ความใหญ่ – กล้วยทอดร้านนี้ขึ้นชื่อว่ามีชิ้นใหญ่กว่าเจ้าอื่น ๆ เพราะลุงภะวัต จิรสุทธิกรคัดเลือกมาเฉพาะกล้วยน้ำว้า (คนเหนือเรียก “กล้วยใต้”) ไซส์ใหญ่ขนาด 10 – 13 ผลต่อหวีเท่านั้น เวลาจะใช้ก็นำมาผ่าครึ่งอีกที ซึ่งขนาดผ่าครึ่งแล้วก็ยังมีขนาดพอ ๆ กับกล้วยน้ำว้าลูกเล็ก 1 ลูกเลยทีเดียว
ความกรอบ – รสสัมผัสที่ขาดไม่ได้เด็ดขาดในกล้วยทอดคือความกรอบ ทว่าส่วนใหญ่ต้องรีบกินเพราะสักพักมันจะเริ่มเหี่ยว แต่สำหรับร้านนี้ถึงจะซื้อทิ้งไว้ทั้งวัน เราก็ยังจะได้กินกล้วยทอดกรอบ ๆ อยู่ดี เคล็ดลับอยู่ที่การผสมแป้ง จังหวะในการทอด อุณหภูมิ และปริมาณกล้วยที่ใส่ลงทอดแต่ละครั้งนั่นเอง
ความหอม – ความหอมเรียกน้ำลายได้เสมอ ลุงภะวัตจึงใช้หัวกะทิ มะพร้าวขูด และงาคั่ว ผสมลงไปในแป้งด้วย แกบอกว่าอันดับแรกต้องดึงดูดลูกค้าด้วยกลิ่นก่อน ตามมาด้วยหน้าตาที่น่ากิน พอตัดสินใจซื้อปุ๊ป ก็จะถูกมัดใจด้วยรสชาติ เป็นอันเสร็จพิธีในการจับลูกค้าให้อยู่หมัด
ความอร่อย – หัวใจสำคัญคือแป้งและกล้วย ผสมแป้งยังไงให้อร่อยนั้นเปิดเผยไม่ได้ เท่าที่รู้หลัก ๆ ก็มีการเติมความหวานด้วยน้ำตาลยี่ห้อ ใส่เกลือเล็กน้อยเพื่อตัดรส ผสมผสานกับหัวกะทิ มะพร้าวขูด และงาคั่วอย่างที่บอกไป ส่วนกล้วยก็เลือกผลที่ห่ามและยังไม่สุกมาก จะได้รสชาติที่ลงตัวที่สุด
สำหรับลุงภะวัตนั้น เมื่อก่อนเคยทำงานให้กับกรมศิลป์ คอยซ่อมแซมศิลปะโบราณไปทั่วประเทศ เช่น ภาพเขียน และปูนปั้น โดยมีชาวอิตาลีมาอบรมให้ เดินทางบ่อยเข้า ภรรยาที่อยู่ทางนี้ก็บ่นคิดถึง ลุงแกเลยคิดว่าถ้ามีลูก จะได้หมดปัญหา ไป ๆ มา ๆ เพราะลูกนี้เองเลยทำให้แกตัดสินใจไม่เดินทางอีก ลาออกจากงานกลับมาทำธุรกิจส่วนตัวที่นี่ แกขายมาหมดแล้วไม่ว่าจะเป็นน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ ซาลาเปา ขนมจีบ ทำเองทั้งหมด แต่มันใช้เวลาเยอะ แกเลยหาอะไรที่ง่ายกว่านั้นทำ ประกอบกับช่วงนั้นไปสอนคนทำของว่างตามศูนย์วัฒนธรรมบ่อย ๆ เลยมีโอกาสได้ฝึกทำกล้วยทอดอย่างเต็มที่ และเพราะเป็นคนที่ชอบกินกล้วยทอดมาก ตระเวนชิมมาแล้วทุกแห่ง รู้ว่าแบบไหนคืออร่อย แบบไหนคือใช้ไม่ได้ เลยมาลงตัวที่จุดนี้ โดยเริ่มขายมาตั้งแต่ลูกอายุได้ 2 ขวบ จนปัจจุบันลูกอายุ 13 ปีพอดี นับดูเวลาก็ 10 ปีหน่อย ๆ
ช่วงแรกนั้นลุงใช้กล้วยไซส์เล็ก มียอดขายถึงวันละไม่ต่ำกว่า 70 หวี แต่ต่อมากล้วยแพงขึ้น เลยเปลี่ยนมาใช้กล้วยไซส์ใหญ่ที่ให้กำไรได้เป็นกอบเป็นกำกว่า อีกอย่างจะทำให้ลูกค้าได้กินเนื้อกล้วยเยอะกว่าด้วย แถมทอดนานแค่ไหน ข้างในก็ยังนุ่มอยู่ คนแก่ก็กินได้ เด็ก ๆ ก็กินได้ มันดีกับทุกคน ซึ่งกล้วยที่ลุงใช้อยู่ปัจจุบันนี้ตกหวีละประมาณ 25 – 30 บาท ยอดขายอยู่ที่วันละ 35 – 40 หวี ใช้น้ำมัน 8 ลิตร แป้ง 8 กิโลกรัม น้ำตาล 8 กิโลกรัม มะพร้าวขูด 3 กิโลกรัม ส่วนแก๊สถัง 15 กิโลกรัมนั้นใช้ได้สองวัน และไม่มีวันไหนที่ขายไม่หมด
ปัจจุบันนี้ ถึงแม้จะอายุ 58 ปีแล้ว แต่ลุงภะวัตก็ยังตื่นตั้งแต่ตี 4 ไปตลาด 6 โมงเช้ากลับมาเตรียมของและตั้งร้าน ฤกษ์ดีพร้อมขายคือ 7 โมงเช้า จนถึงประมาณบ่าย 3 โมงกว่า ๆ ก็ขายหมด ทอดไปเรื่อย ๆ ขายไปเรื่อย ๆ หมดเท่าไรก็เท่านั้น ส่วนวันอาทิตย์เป็นวันพักผ่อน ลุงขอนอนสบาย ๆ ตื่นสายสักวันหนึ่ง และไม่รับงานเหมานอกสถานที่ เนื่องจากเหนื่อยเกินไปนั่นเอง
สำหรับคนที่อยากตามไปกิน “กล้วยทอดหน้าอำเภอ” สามารถเดินทางไปได้ที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่ ร้านอยู่ตรงข้าม 7-11 พอดี เป็นร้านเล็ก ๆ ที่แค่โต๊ะพับตัวเดียวเท่านั้น พกตังกับความใจเย็นไปด้วย เท่านี้ก็ได้กินของอร่อย ๆ ที่ไม่ต้องกลอกตามองบนแล้ว
- พิกัด : หน้าที่ว่าการอำเภอเมืองเชียงใหม่
- เวลาเปิด – ปิด : 07.00 – 16.00 น.
- Facebook : กล้วยทอดข้างอำเภอ