สวพส. เผยการวิจัยและพัฒนาการปลูกกัญชง (เฮมพ์) พืชเศรษฐกิจทางเลือก คาดเคาะราคาเมล็ดพันธุ์ในเดือนเมษายน 64

สวพส.- ข่าวสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. เผยข้อมูลการวิจัยและพัฒนากัญชงหรือ เฮมพ์ พร้อมผลักดันเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกใหม่ของเกษตรกร ซึ่งจากผลการวิจัยขณะนี้สามารถพัฒนาพันธุ์เฮมพ์ 4 พันธุ์ ที่ได้ขึ้นทะเบียนพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร คือ RPF1 , RPF2 , RPF3 และ RPF4

สวพส.

ซึ่งเป็นพันธุ์สำหรับผลิตเส้นใยโดยมีเปอร์เซ็นต์เส้นใย 12-14.7% ปริมาณสารที่เป็นประโยชน์ CBD 0.8-1.2% และมีปริมาณสารเสพติด THC ต่ำกว่า 0.3% และคาดว่าจะได้สายพันธุ์ใหม่ ๆ เพิ่มอีก 5 พันธุ์ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจปริมาณและคุณภาพของเมล็ด รวมทั้งการกำหนดราคาและแนวทางการบริหารจัดการ โดยคาดว่าจะสามารถจำหน่ายได้ประมาณเดือนเมษายน 2564

สวพส.

สวพส. – นายวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง เปิดเผยว่า เมื่อปี พ.ศ. 2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้มีการศึกษาการเพาะปลูกกัญชงอย่างจริงจังในประเทศไทย ความว่า “….สมควรศึกษาและส่งเสริมให้เกษตรกรชาวเขาปลูกกัญชง เพื่อใช้เส้นใยผลิตเครื่องนุ่งห่มและจำหน่ายเป็นรายได้……”

คณะรัฐมนตรีจึงมีมติ เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2548 มอบหมายให้สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ศึกษาและพิจารณาแนวทางการส่งเสริม และการควบคุมดูแลการปลูกกัญชง

จากนั้น สศช. จึงได้ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง และมูลนิธิโครงการหลวง เริ่มดำเนินการวิจัยและพัฒนากัญชงอย่างจริงจัง มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 โดยต่อมาเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2552 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบยุทธศาสตร์การส่งเสริมการปลูกเฮมพ์เป็นพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูงฉบับที่ 1 พ.ศ. 2552 -2556

และเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2553 ได้เห็นชอบแผนปฏิบัติการพัฒนาเฮมพ์บนพื้นที่สูง ระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2553 – 2557) และแผนปฏิบัติการพื้นที่นำร่องส่งเสริมการปลูกเฮมพ์ 5 จังหวัด เชียงใหม่ น่าน เชียงราย ตาก และเพชรบูรณ์


สวพส.

สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)สวพส. จึงได้ทำการวิจัยและพัฒนากัญชง มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 จนกระทั้งปัจจุบัน โดยได้กำหนดเป้าหมายการดำเนินงานที่สำคัญ คือ การพัฒนาพันธุ์ เทคโนโลยีการผลิต การแปรรูป การตลาด และสนับสนุนการผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่ถูกต้องตามกฏหมาย

โดยระยะแรกมุ่งการใช้ประโยชน์ด้านเส้นใย และต่อมาได้ขยายการวิจัยและพัฒนาด้านสาร CBD เมล็ด และส่วนประกอบต่างๆ ซึ่งผลการวิจัยสามารถพัฒนาพันธุ์เฮมพ์ 4 พันธุ์ และได้ขึ้นทะเบียนพันธุ์จากกรมวิชาการเกษตร คือ RPF1 , RPF2 , RPF3 และ RPF4 ซึ่งเป็นพันธุ์สำหรับผลิตเส้นใยโดยมีเปอร์เซ็นต์เส้นใย 12-14.7% ปริมาณสารที่เป็นประโยชน์ CBD 0.8-1.2% และมีปริมาณสารเสพติด THC ต่ำกว่า 0.3%

รวมทั้งเมล็ดมีคุณค่าทางโภชนาการสูง สามารถผลิตเพื่อการบริโภคได้และคาดว่าจะได้สายพันธุ์ใหม่ ๆ เพิ่มอีก 5 พันธุ์ ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ได้วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต ระบบการปลูกภายใต้การควบคุมตามกฎหมาย รวมทั้งการแปรรูปเส้นใยเฮมพ์ และส่วนอื่น ๆ ของเฮมพ์ ส่งผลให้มีการแก้ไขกฎหมายและข้อกำหนด/ระเบียบต่าง ๆ ให้สามารถปลูกเป็นพืชเศรษฐกิจได้

จากการแก้กฏหมายและข้อกำหนด/ระเบียบ ฉบับที่สำคัญคือ“กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชง (Hemp) พ.ศ. 2563” และ “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 พ.ศ. 2563” ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2564 ทำให้ประชาชนทั่วไปสามารถขออนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง รวมทั้งกำหนดให้ส่วนของกัญชงที่ไม่จัดเป็นยาเสพติด ได้แก่ ใบ เมล็ด (seed และ grain) ราก ลำต้น และสารสกัด CBD ที่มี THC ต่ำกว่า 0.3%

ทำให้กัญชงมีโอกาสที่จะเป็นพืชเศรษฐกิจทางเลือกหนึ่งของเกษตรกร และขณะนี้มีเกษตรกร เอกชน และหน่วยงานต่าง ๆ จำนวนมากต้องการเมล็ดและส่วนประกอบต่าง ๆ ของเฮมพ์จาก สวพส. ทั้งเพื่อการปลูกและการศึกษาวิจัย

สวพส. จึงได้กำหนดแนวทางการสนับสนุนและส่งเสริมการปลูกและพัฒนาการผลิตกัญชงโดย 1) จัดหาเมล็ดและส่วนต่าง ๆ ของกัญชงที่ไม่จัดเป็นพืชเสพติด สำหรับจำหน่ายแก่เกษตรกรที่ได้รับการอนุญาตปลูก

โดยเมล็ดพันธุ์พันธุ์รับรองสำหรับฤดูการผลิตปี 2564 ระหว่างเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2564 ค่อนข้างมีจำนวนจำกัดเนื่องจากไม่ได้มีการผลิตสำรองไว้ในปีที่ผ่านมา ก่อนกฏหมายอนุญาต ขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจปริมาณและคุณภาพของเมล็ด รวมทั้งการกำหนดราคาและแนวทางการบริหารจัดการ

โดยคาดว่าจะสามารถจำหน่ายได้ประมาณเดือนเมษายน 2564 และ 2.) ในฤดูการผลิต 2565-2566 ได้วางแผนส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่โครงการหลวงและโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงปลูกเฮมพ์เพื่อผลิตเมล็ดพันธุ์ และส่วนประกอบของเฮมพ์ที่ไม่จัดเป็นยาเสพติดจำหน่าย โดยจะเริ่มรับแผนความต้องการจากผู้สนใจในเดือน เมษายน 2564


“ด้วยคุณสมบัติอันหลากหลายของกัญชงหรือเฮมพ์ที่มีความยืดหยุ่น ทนทาน แข็งแรง ให้เส้นใยที่ยาว นำไปใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน เช่น เปลือก/เส้นใยทำผลิตภัณฑ์สิ่งทอ แกนลำต้นทำวัสดุก่อสร้าง เมล็ดมีคุณค่าทางโภชนาการสูงทำผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องสำอาง และใบสามารถสกัดทำเป็นยารักษาโรค

ทำให้มีการใช้ประโยชน์กันมานานและมีการวิจัยและพัฒนามากมาย โดย สวพส. พร้อมเป็นศูนย์กลางในการให้ข้อมูล การจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ และขั้นตอนการปลูกให้แก่เกษตรกร บุคคลธรรมดา นิติบุคคล หน่วยราชการ วิสาหกิจชุมชนหรือภาคเอกชนที่สนใจ เพื่อให้สามารถนำไปสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ในอนาคต

โดยสามารถติดตามข่าวสารต่าง ๆ ของ สถาบันฯ ผ่าน
เว็บไซต์ :สวพส. สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน)
Facebook Fanpage : สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง(องค์การมหาชน)

Relate Posts :

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ คัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ ขอความร่วมมือผู้โดยสารปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ของรัฐอย่างเคร่งครัด

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineท่าอากาศยานเชียงใหม่ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในจังหวัดเชียงใหม่ เสริมประสิทธิภาพในการควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 พร้อมขอความร่วมมือผู้โดยสารปฏิบัติตามมาตรการต่างๆ ของรัฐอย่างเคร่งครัด นายอมรรักษ์ ชุมสาย ณ อยุธยา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ มีคำสั่งฯ ที่ 40/2564 เรื่อง มาตรการควบคุมการเดินทางของบุคคลที่เดินทางเข้ามายังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งกำหนดให้ผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่สีแดงตามที่ ศบค.กำหนด จำนวน 17 จังหวัด ต้องลงทะเบียนผ่านระบบ CM-CHANA และปฏิบัติตามคำแนะนำที่ได้รับแจ้งจาก SMS รวมทั้งต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่โดยทันที เพื่อ “คุมไว้สังเกต” (Control for observation) ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เป็นระยะเวลา 14 วัน ว่าท่าอากาศยานเชียงใหม่ ร่วมกับด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ และสายการบินต่างๆ ได้ผนึกกำลังในการปฏิบัติหน้าที่คัดกรองผู้ที่จะเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยสารการบินจะแจ้งผู้โดยสารดำเนินการลงทะเบียนผ่าน CM-CHANA ตั้งแต่สถานีต้นทาง และเมื่อเดินทางมาถึงสนามบินเชียงใหม่ จะมีเจ้าหน้าที่ Airport Help ของท่าอากาศยานเชียงใหม่ ประชาสัมพันธ์ให้คำแนะนำและช่วยเหลือผู้โดยสารในการลงทะเบียน […]

Avatar

supapong

April 21, 2021

ผู้ป่วยหายโควิด-19 ทยอยเก็บกระเป๋าอำลา รพ.สนาม ขณะที่โซเชียลพบดราม่าแฉผู้ป่วยหนุ่มแอบข้ามโซนไปนอนกับแฟนในหอผู้ป่วยหญิง

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineผู้ป่วยหายโควิด-19แม้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด 19 ที่จังหวัดเชียงใหม่จะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ข่าวดีก็คือมีผู้ป่วยรักษาหายได้กลับบ้านเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้สำนักงานสาธารสุขจังหวัดเชียงใหม่ รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันที่ 134 ราย ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 2,483 ในจำนวนนี้มีผู้ติดเชื้อรักษาหาย 81 ราย และ ยังอยู่ตามโรงพยาบาลสนาม โรงพยาบาลอื่น ๆ และ ฮอสพิเทล 2,402 ราย ขณะที่ล่าสุด ในช่วงบ่ายวันนี้ ผู้ป่วยติดเชื้อที่รักษาหาย ทยอยเก็บกระเป๋าเดินทางกลับบ้าน โดยมีญาตินำรถเข้ามารับที่โรงพยาบาลสนาม ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา และ มีคำยืนยันจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจหาเชื้อซ้ำ ซึ่งข้อมูลทางวิชาการแจ้งว่าจะเป็นซากเชื้อ เนื่องจากว่าหลังจากพ้น 14 วันแล้ว แม้จะตรวจพบเชื้อแต่ก็เป็นเชื้อที่เพาะไม่ขึ้น แต่ได้ขอความร่วมมือให้อยู่บ้านสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งว่าได้เกิดประเด็นเกี่ยวกับโรงพยาบาลสนามขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊ครายหนึ่ง โพสต์ในกลุ่มสังคมออนไลน์ในจังหวัดเชียงใหม่ แฉมีผู้ป่วยหนุ่มรายหนึ่งแอบเข้าไปนอนกับหญิงคนหนึ่งที่คาดว่าจะเป็นแฟนสาวในโซนหอผู้ป่วยหญิง ทั้งที่มีการแยกกันเป็นสัดส่วนชัดเจน โดยผู้โพสต์ระบุว่าถึงแม้จะเป็นแฟนกัน แต่ก็ไม่เหมาะสมและสร้างความไม่สบายใจให้กับผู้ป่วยหญิงคนอื่น โดยขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและเข้มงวดในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ทางผู้สื่อข่าว ได้พยายามติดต่อไปที่ผู้ใช้เฟซบุ๊คคนดังกล่าวที่ใช้ชื่อว่า […]

Avatar

supapong

April 21, 2021

มาเชียงใหม่ต้องลง “CM-CHANA” ทุกคน พื้นที่สีแดงต้อง “คุมไว้สังเกต” 14 วัน ถ้าจะออกจากที่พักต้องแจงเหตุผลหลักฐาน

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ มีมติให้ออกคำสั่งฯ ที่ 40/2564 เรื่อง มาตรการควบคุมการเดินทางของบุคคลที่เดินทางเข้ามายังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีสาระสำคัญของคำสั่ง ว่า ประการแรกผู้ที่เดินทางมายังพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ทุกช่องทาง ต้องกรอกข้อมูลลงในแอปพลิเคชัน “CM-CHANA” กรณีที่ไม่สามารถกรอกข้อมูลลงใน “CM-CHANA” ได้ ให้ลงทะเบียนในเอกสาร แบบ ชม.1 หรือ ชม. 2 แล้วแต่กรณี สำหรับผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด ตามที่ ศบค. กำหนด ซึ่งขณะนี้มีด้วยกันทั้งสิ้น 17 จังหวัด เมื่อเข้ามาในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ต้องรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่โดยทันที และปฏิบัติตามคำแนะนำที่ได้รับแจ้งจากระบบ CM-CHANA หากไม่ได้รับข้อความให้ติดต่อสอบถามหมายเลขโทรศัพท์ 08 4805 2121 หรือที่โทร 08 4805 3131 นอกจากนี้บุคคลที่มาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด จะต้องถูก​ “คุมไว้สังเกต” (Control for observation) ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เป็นระยะเวลา 14 […]

Avatar

supapong

April 21, 2021

ม.แม่โจ้ เตรียมเปิด หอผู้ป่วยนอกพิเศษโรงพยาบาลสันทราย ในรูปแบบ Hospitel รองรับการกักตัวผู้สัมผัสเชื้อแบบครอบครัว

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineม.แม่โจ้เตรียมเปิดHospitel วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกับ นายแพทย์ยุทธศาสตร์ จันทร์ทิพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ประชุมหารือแนวทางการจัดทำ HOSPITEL เปลี่ยนโรงแรมเป็นสถานที่รองรับผู้สัมผัสเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้วต้องการมาพักกักตัว Quarantine เป็นครอบครัว ( family )ในมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยการดูแลทางการแพทย์ร่วมกับ โรงพยาบาลสันทราย คณะพยาบาลศาสตร์ และวิทยาลัยนานาชาติมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สำหรับ หอผู้ป่วยนอกพิเศษโรงพยาบาลสันทราย ในรูปแบบ Hospitelมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จะจัดปรับปรุงศูนย์ที่พักนานาชาติวิทยาลัยนานาชาติ ให้เป็นหอผู้ป่วยนอกพิเศษโรงพยาบาลสันทราย ในรูปแบบ Hospitel สำหรับพักและกักตัวผู้สัมผัสเชื้อ 14 วัน ในกรณีที่สัมผัสเชื้อทั้งครอบครัว โดยเริ่มจากนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยเป็นกลุ่มแรก ทั้งนี้ ผู้สัมผัสเชื้อที่เข้าพักสามารถเบิกประกันสังคม บัตรทอง และประกันชีวิต ได้ตามสิทธิ์ของผู้ประกันตนที่ สปสช. กำหนด ฝ่ายสื่อสารองค์กร ม.แม่โจ้ //รายงาน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในจังหวัดเชียงใหม่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น […]

Avatar

supapong

April 21, 2021

สดร. ชวนติดตาม 2 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ส่งท้ายเดือน เม.ย. 26 เม.ย. “ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก กทม.” และ 27 เม.ย. “ซูเปอร์ฟูลมูน”

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ชวนติดตาม 2 ปรากฏการณ์ ส่งท้ายเดือนเมษายน 2564 “ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกรุงเทพมหานคร” ชาวกรุงเตรียมไร้เงา วันจันทร์ที่ 26 เมษายน 2564 เวลาประมาณ 12:16 น. และ “ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี” หรือ ซูเปอร์ฟูลมูน ในวันอังคารที่ 27 เมษายน 2564 เวลา 22:25 น. นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ หัวหน้างานบริการวิชาการทางดาราศาสตร์ สดร. เผยว่า ปลายเดือนเมษายนนี้ ยังมีปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าสนใจถึง 2 ปรากฏการณ์ด้วยกัน ได้แก่“ดวงอาทิตย์ตั้งฉากเหนือพื้นที่กรุงเทพมหานคร” ในวันที่ 26 เมษายน 2564 เวลาประมาณ 12:16 น. หากยืนกลางแดด ในเวลาดังกล่าว เงาจะตกอยู่ใต้เท้าพอดี ทั้งนี้ ดวงอาทิตย์จะโคจรอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับประเทศไทย […]

Avatar

supapong

April 20, 2021