ขึ้นดอยสุเทพ ล่องลงแม่ริม แอบแวะสะเมิง ได้ใน 1 วัน (ตอนที่ 2)

วันนี้เรามาออกเดินทางต่อจากตอนที่แล้วกันนะคะ เมื่อเราได้ไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งสมใจอยากแล้ว พอมาถึงห้วยฒึงเฒ่า ยังเป็นเวลาประมาณเที่ยงวันอยู่เลย เราใช้เวลาบนขุนช่างเคี่ยนเร็วกว่าที่คาดไว้ ทำให้มีเวลาเหลืออีกตั้งครึ่งวัน
พอลงจากดอยปุ๊บ ท้องก็เริ่มร้องปั๊บ แหะๆๆ ถึงเวลากินอีกแล้ว ก็กองทัพต้องเดินด้วยท้องหนิเนาะ ว่าแล้ว โชว์เฟอร์ของเรา ก็พาขี่ออกมาจากห้วยฒึงเฒ่า เลี้ยวซ้ายไปทางเส้นแม่ริม ขี่ออกมาเรื่อยๆ ในหัวก็คิดเรื่อยๆ ว่า จะกินอะไรดีหว่า แล้วคุณโชว์เฟอร์ก็หันไปเห็นป้ายร้านก๋วยเตี๋ยวรสเยี่ยมข้างทาง งั้นแวะกินร้านนี้ละกัน ขี้เกียจคิดมากละ เหอะๆๆ

เรากินก๋วยเตี๋ยวคนละถ้วย เอาแค่พออิ่มท้อง เผื่อว่าข้างหน้าจะมีอะไรให้กินอีก อิอิ ( ก็เราไม่ใช่พวกชอบเที่ยวอย่างเดียวนี่นา เรายังชอบกินด้วย 555 ) พอกินเสร็จเราเก๊าะขี่รถไปตามถนนสายแม่ริม โดยมีจุดหมายปลายทางคือ “ม่อนแจ่ม” แหล่งท่องเที่ยวที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในช่วงนี้ แต่ก่อนจะถึงม่อนแจ่ม เราเริ่มสังเกตุเห็นแผงขายสตรอเบอรี่อยู่ริมทางเป็นระยะๆ และมีสวนสตรอเบอรี่เล็กๆ ริมทางด้วย เราก็เลยแวะซะหน่อย ^^
สวนนี้อยู่ริมถนนเลยอะ นักท่องเที่ยวแวะกันเพียบ
เพิ่งได้เห็นต้นสตรอเบอรี่ของจริงก็วันนี้แหละ 555
แวะชมไร่สตรอเบอรี่กันแล้ว เราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ “ม่อนแจ่ม” ตามที่ตั้งใจไ้ว้ และพอไปถึง เราก็เจอกองทัพนักท่องเที่ยว และขบวนรถเก๋ง กระบะ และ รถตู้ เฮ้อ…..เจอรถติดบนดอยอีกแล้ว – -!
กว่าจะไปถึงม่อนแจ่มได้ ก็ใช้เวลาไปพอสมควร เนื่องจากมีรถยนต์ สวนกันในทางแคบๆ ตลอด ทำให้การจราจรเป็นไปด้วยความล่าช้า นี่บนถนนยังขนาดนี้ ไม่อยากนึกเลยว่า บนม่อนแจ่ม จะแออัดขนาดไหน ว่าแล้วก็ตามมาดูกัน

เป็นไปตามคาด ทั้งคน ทั้งรถ และ แผงขายของที่ระลึกมากันเพียบ
แล้วเราก็มาถึงจนได้ กว่าจะขึ้นมาถึงบนนี้ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย ^^!
ขอพักเหนื่อยหน่อยนะคะ ^^
โชว์เฟอร์บอกว่า ตอนมาเมื่อ 2 เดือนก่อน พื้นทางเดินยังเป็นหญ้าเขียวๆ อยู่เลย การที่มีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวกันเยอะๆ มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียล่ะนะ ไว้เราค่อยมาใหม่ ช่วงที่ไม่ค่อยมีคนมาเที่ยวละักัน ( เหมือนโรคจิตมั๊ยเนี่ย 555 )
จุดชมวิวของเค้าสวยจริงๆ คนก็เลยชอบมากัน
เดินขึ้นมาก็เจอกับลานกว้างๆ มีโต๊ะให้นั่งทานอาหารด้วย (ถึงจะมีร่มแต่ก็รู้สึกว่าร้อนอยู่ดี)

ไฮไลท์ของที่นี่คือสวนดอกไม้ และ สวนผักสดๆ ของโครงการหลวงค่ะ
เก็บภาพไป เก็บภาพมา เราก็เริ่มรู้สึกปวดหัวตึบๆ สงสัยจะเป็นเพราะอากาศที่ร้อนมากๆ และดันขึ้นมาให้แดดเผาซะใกล้เลย นี่เรากำลังอยู่บนดอยในฤดูหนาวจริงๆ เหรอเนี่ย รู้สึกไม่เหมือนเลยอะ พอเดินดูนั่น ดูนี่จนทั่วแล้ว และอาการปวดหัวก็ยังไม่หายพร้อมกับอาการเริ่มเมาคน (นักท่องเที่ยวเยอะมากๆ -“-) พอดีกับคุณผู้ชายชวนไป “ม่อนล่อง” และบอกว่า เป็นหน้าผาสูง ที่มาคราวที่แล้ว ที่นั่นเป็นสถานที่ที่ยังไม่มีใครรู้จักและไปเที่ยวกัน เราก็เลยตกลงว่า ขอหนีผู้คน ไปหาอากาศบริสุทธิ์ และความเงียบสงบดีกว่า
ทางไปม่อนล่อง ก็คือเส้นทางตรงข้ามกับทางเข้าม่อนแจ่มนั่นเอง คือม่อนแจ่มเลี้ยวซ้าย ส่วนม่อนล่องเลี้ยวขวา ปากทางเข้าในวันนี้ มีแผงขายของที่ระลึกเต็มปากทางเข้าทั้ง 2 ฝั่ง แถมยังมีป้ายหยุดตรวจกั้นไว้ด้วย ตอนแรกก็งง แต่พอเข้าไปใกล้ๆ เลยรู้ว่า เส้นทางนี้เป็นทางชัน เค้าก็เลยใช้เป็นเส้นทางไหลลงของ “โกคาร์ทไม้” ซึ่งเป็นอีกกิจกรรมนึงที่เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ลองเ่ล่นกัน กว่าเราจะขึ้นไปได้ก็ต้องรอให้โกคาร์ทลงมาให้หมดซะก่อน
พอไปถึง สถานที่ที่เราคิดว่าคงจะไม่เจอนักท่องเที่ยวแล้ว กลับมีนักท่องเที่ยวมากางเต้นท์บ้าง ตั้งแคมป์ทำปิ้ง-ย่าง กันบ้าง ต่างกับเมื่อ 2 เดือนก่อนลิบลับ เราก็ได้แต่งงๆ ว่าเค้ารู้จักที่นี่ได้ไง ทั้งๆ ที่เมื่อ 2 เดือนที่แ้ล้ว ที่นี่ยังไม่มีใครรู้จักและพูดถึงเลย
ถึงแล้วคับ “ม่อนล่อง”
เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว ยังไม่มีเชือกฟางกั้นเลย
คุณผู้ชายบอกว่า มาคราวที่แล้วป้ายนี้ก็ยังไม่มี ก็เลยพาพักพวกเดินลงไปดูข้างล่างมาแล้ว อ่าว……- -!
โพสท่าเหมือนจะได้ขึ้นปก National Geographic ยังไงยังงั้น 555
เราเก็บภาพบรรยากาศที่ม่อนล่องแบบทั้งสนุก ทั้งปวดหัว คุณผู้ชายพอเห็นอาการเราแล้ว ก็เลยถามว่า ไม่ไปต่อแล้วมั๊ย กลับไปพักผ่อนดีกว่า แต่เรายังอยากเที่ยวต่อนี่นา นานๆ จะได้มาเที่ยวทั้งทีอ่ะ T^T ก็เลยทำใจสู้ แล้วบอกว่า “ยังไปต่อไหวจ้า ^^v” โชว์เฟอร์ก็เลยบอกว่า “งั้นเราไปเที่ยวไร่สตรอเบอรี่ที่สะเมิงกัน”
มาถึงตอนนี้ เป็นเวลาประมาณบ่าย 3 โมง เราขี่รถออกจากม่อนแจ่ม แล้วเลี้ยวไปตามทางสายแม่ริม – สะเมิง ระหว่างทาง ก็จะมีป้ายเชิญชวนให้เข้าไปชมไร่สตรอเบอรี่ ไร่นั้น ไร่นี้ อยู่ตลอด 2 ข้างทาง และก็มีแผงขายสตรอเบอรี่และสวนสตรอเบอรี่เล็กๆให้นักท่องเที่ยวได้แวะชม แวะชิม และซื้อสตรอเบอรี่กลับไปเป็นของฝากได้อย่างสะดวก สบาย แต่จุดมุ่งหมายของเราไม่ได้อยู่ที่สวนเล็กๆ แบบนี้ เราก็เลยขี่ผ่านไป โดยที่ท้องเริ่มหิว ( ก็เมื่อกี๊ใช้พลังงานในการถ่ายรูปตากแดดไปมากนี่นา ^^!) เราก็เลยมีความเห็นตรงกันว่า ควรแวะหาอะไรกินเพื่อเติมพลังให้กับการเดินทางช่วงต่อไป สรุปได้แบบนั้น เราก็เลยมองหาร้านอาหารที่จะฝากท้องด้วยและก็เจอกับร้านนี้ ^^
    ร้านนี้มีเมนูให้เลิอกหลากหลาย ทั้งอาหารตามสั่ง ลาบประเภทต่างๆ และอาหารจำพวกปิ้งย่าง แล้วเราก็เลือกเมนูมาได้ตามนี้

เครื่องดื่่มแก้กระหาย และเมนูโปรดของผู้เขียนกับโชว์เฟอร์
อิ่มแล้ว เราก็พร้อมเดินทางต่อ การเดินทางต่อจากนี้เราไม่ได้วางแผนแน่นอนว่าจะไปที่ไหน กะว่าไปหาทางไปเอาข้างหน้า (อีกแล้ว) ก็เลยขี่ไปเรื่อยๆ พอถึงป้ายแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของ อ.สะเมิง เราก็เลือกไปที่อุทยานแห่งชาติขุนขาน ต.แม่สาบ อ.สะเมิง
ถนนช่วง 2 กม. ก่อนถึงทางเข้าอุทยานปูตัวหนอนแบบนี้ไปตลอดทางเลย
อุทยานแห่งชาติขุนขาน


ภายในอุทยาน ก็เป็นลำธาร และ บ่อน้ำพุร้อนเล็กๆ


พอมาถึงที่นี่ เราก็พบว่า มีแค่เรา 2 คนเท่านั้น ที่เข้ามาเที่ยวในอุทยานแห่งนี้ เพราะที่นี่น่าจะเหมาะกับการท่องเที่ยวช่วงหน้าร้อนมากกว่า เราก็เลยได้มาเที่ยวในที่ที่ปลอดผู้คนสมใจอยาก 555 ก็เลยขอนั่งพักดื่มด่ำกับเสียงของธรรมชาติจริงๆ ซักหน่อย และพอเจอกับอากาศเย็นสบายและสถานที่ที่ไม่พลุกพล่านเหมือนที่เจอมาก่อนหน้านี้ อาการปวดหัวก็เริ่มหายไป ค่อยสบายตัวขึ้นหน่อย อิอิ พอได้นั่งพักชาร์ตพลังงานเต็มที่แล้ว เราก็ออกจากอุทยานแห่งชาติขุนขาน เพื่อที่จะ ไปต่อ โดยเราได้สอบถามกับเจ้าหน้าที่ของอุทยานว่า แถวนี้มีสถานที่ท่องเทียวที่ไหนน่าไปบ้าง ก็ได้รับคำตอบว่า ส่วนมาก นักท่องเที่ยวมักจะไปเที่ยวชมไร่สตรอเบอรี่ ที่เลยอุทยานแห่งนี้ไปอีกประมาณ 7 กม. เราคิดว่า ไหนๆ ก็มาถึงสะเมิง แหล่งสตรอเบอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว ก็ต้องไปเยือนแหล่งปลูกสตรอเบอรี่ให้ถึงที่ ก็เลยขี่รถไปตามทางที่เจ้าหน้าที่บอก และเลือกแวะไร่สตรอเบอรี่ชื่อว่า “ไร่ม่อนกู่” และได้พบกับพี่สาวใจดี ที่แถมสตรอเบอรี่ให้เราอีกครึ่งกิโล อิอิ



ป้ายชื่อตรงทางเข้า และ ป้ายด้านในที่มีสตรอเบอรี่ขนาดใหญ่โชว์อยู่
เราก็เลยสอยมา 1 กิโล ซึ่งพี่สาวใจดีแพ็คลงกล่องให้เรียบร้อยแถมด้วยสตรอเบอรี่ลูกเล็กจิ๋วอีกครึ่งกิโล
พอจ่ายเงินเรียบร้อย เราก็เก็บสตรอเบอรี่ยัดใส่เป้อย่างระมัดระวัง และขึ้นรถโดยมีสตรอเบอรี่กิโลกว่าๆ อยู่ข้างหลัง เราขี่รถกลับมาจนถึงแยกสะเมิง ก็รู้สึกเมื่อยๆ เลยขอแวะพักก้น และหาน้ำกินซักหน่อย แล้วเราก็ได้เจอกับสตรอเบอรี่ลูกใหญ่ สด น่ากิน ที่มีป้ายติดไว้ว่า กิโลละ 80 บาท เอาล่ะสิ เมื่อกี๊ไปซื้อถึงไร่ นึกว่าจะถูก กก.ละ 160 มาเจอสตรอเบอรี่ข้างทางถูกกว่าได้ไงเนี่ย คุยกันไป คุยกันมา เพื่อให้หายคาใจ คุณผู้ชายเลยควักตังค์ให้ไปซื้อมาอีก 1 กิโล จะได้รู้ว่า สตรอเบอรี่จากไร่ โลละ 160 กับสตรอเบอรี่ข้างทางโลละ 80 มันต่างกันยังไง หรือว่าเราถูกหลอกซะแล้ว – -!
สตรอเบอรี่สีแดงสด อัดแน่นเต็มถุง โลละ 80 เอง – -*
สรุปแล้ว ตอนนี้เราต้องแบกสตรอเบอรี่ 2 โลกว่าๆ กลับบ้าน ด้วยความทะนุถนอม เพราะกลัวมันจะช้ำ หรือร่วงลงข้างทาง พอกลับถึงบ้านในช่วงเวลาประมาณเกือบ 1 ทุ่ม เราก็เอาสตรอเบอรี่จาก 2 แหล่ง มาเทียบกันว่า มันต่างกันยังไง ก็ได้ข้อสรุปว่า สตรอเบอรี่ที่ซื้อจากไร่ มีคุณภาพดีกว่า รูปทรงเป็นรูปหัวใจสวยงาม ทั้งลูกใหญ่ และลูกเล็ก ไม่มีผลเน่า แถมมีรสชาดที่หวานอร่อย และสดมากๆ ส่วนสตรอเบอรี่ที่เราแวะซื้อข้างทางนั้น ผลใหญ่ก็จริง แต่รูปร่างบิดเบี้ยว มีทั้งที่สด และที่เละๆ ทำให้ไม่น่ากิน ส่วนรสชาดก็ออกจะเปรี้ยวๆ ฝาดๆ ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่ เราก็เลยโล่งใจที่ว่า ไม่ได้ถูกชาวไร่หลอกเอา 555
สตรอเบอรี่สดๆ จากไร่ กิโลกว่าๆ รอเวลาสุกพร้อมรับประทาน (สังเกตุรูปทรงจะเป็นรูปหัวใจสวยงาม อิอิ)
การเดินทางในครั้งนี้ เราถือว่าเป็นการใช้เวลาเดินทางได้คุ้มสุดคุ้ม เพราะเวลาแค่ 1 วัน เราสามารถไปเที่ยวได้ถึง 3 สถานที่ เริ่มตั้งแต่ขี่รถขึ้นไปที่ขุนช่างเคี่ยน อ.เมือง มาออกที่ห้วยฒึงเฒ่า แล้วขี่ต่อไปเที่ยวม่อนแจ่ม อ.แม่ริม จบด้วยการชมไร่สตรอเบอรี่ที่ อ.สะเมิง (ซึ่งคงไม่มีใครทำ ^^!) แล้วก็ใช้เวลาในแต่ละที่ได้อย่างคุ้มค่า หากใครมีโอกาส ก็ลองหาเวลาไปเที่ยวในที่ต่างๆ แบบนี้บ้างนะคะ และถ้าไปแล้ว ก็ลองมาเขียนเล่าประสบการณ์ให้ชาว Chiangmaithaitravel ได้อ่านกันบ้าง เพื่อเป็นการแบ่งปันความสุขของการได้ไปเที่ยวให้คนอื่นๆ ด้วยนะคะ
สุดท้ายนี้ ก็ขอขอบคุณโชว์เฟอร์ผู้น่ารักที่พาเราไปพบประสบการณ์ดีๆ และผู้อ่านที่ติดตามอ่านเรื่องราวท่องเที่ยวแบบ “ไปเรื่อย”  ของเราทุกๆ คนนะคะ ทริปหน้าก็อย่าลืมมาติดตามกันต่อนะคะ จุ๊บๆ ^^

Relate Posts :

รีวิวเชียงใหม่พาไปเที่ยวไกลถึงแม่ฮ่องสอน – ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ของทุกปี ดอกบัวตองบนดอยจะออกดอกเบ่งบานแจกความสดใสไปทั่วทั้งเนินเขาเลย บนดอยแม่อูคอเป็นจุดชมทุ่งดอกบัวตองที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยเลยน้า ดอกบัวตองที่เห็นอยู่บนพื้นที่มากกว่า 500 ไร่ บนความสูงกว่า 1,600 เมตรเลยจ้า มีจุดชมวิวและศาลาชมวิวที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทุ่งดอกบัวตองได้รอบด้าน 360 องศา ฟินสุดๆ บรรยากาศช่วงนี้ดีมากๆ ปีนี้ไปมาแล้วคนไม่เยอะ มีเวลาถ่ายรูปยาวๆ ไม่ค่อยติดคนเท่าไรเลยจ้า ใครอยากได้รูปปังๆห้ามพลาดเลยน้า การเดินทางไป ทุ่งบัวตอง: ใช้เส้นทาง อ.ขุนยวม ตามเส้นทางหมายเลข 108 (แม่ฮ่องสอน – ขุนยวม) ก่อนถึงตัวอำเภอ ประมาณ 1 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายตามทางหลวงสาย 1263 เข้าสู่ทุ่งบัวตองอีก 26 กิโลเมตร ติดต่อสอบถามข้อมูลการเดินทางได้ที่ อำเภอขุนยวม โทร.0-5369-1108 สำนักงานเทศบาลตำบลขุนยวม โทร.0-5369-1019 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอน โทร.0-5361-2982-3 Facebook: TAT Maehongson ปลายปีนี้ใครที่แพลนมาเที่ยวเชียงใหม่แล้วอยากไปเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงลองแวะไปเที่ยวได้เน้อ ดอกจะบานเพียงไม่กี่อาทิตย์ […]

bigboss

November 10, 2021

สวนของฉัน MY GARDEN – สวนส้มเจ้าแรกของม่อนแจ่ม มันแจ่มมากกก

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineสวนของฉัน MY GARDEN – ม่อนแจ่ม เปิดให้เก็บส้มแล้วจ้าว มาพร้อมกับโซนใหม่ที่เห็นวิวภูเขากับสวนส้มได้กว้างกว่าเดิม!! นอกจากจะชวนกันไปนั่งใต้ต้นส้มรับลมเย็นๆ ฟีลเจ้าของสวนได้แล้ว ที่นี่ยังมีอาหาร เครื่องดื่มและของทานเล่นบริการมากมาย บอกเลยว่าน้ำส้มคั้นอร่อยมว๊ากกกก สำหรับใครที่ชอบแชะรูป เช็กอิน ทางสวนก็มีพร็อพเก๋ๆ ให้ยืมถ่ายรูปลงIG กันแบบฟรีๆ หรือจะเตรียมพร็อพของตัวเองไปก็ได้จ้า ที่สำคัญสวนจะเปิดให้เก็บส้มสดๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. ไปจนกว่าส้มจะหมดสวนกันเลยทีเดียว บอกเลยว่าต้องห้ามพลาด!! เพราะส้มที่นี่หอมและหวานมาก และที่นี่เค้าไม่ได้มีดีแค่สวนส้มนะจ๊ะ แต่ยังมีแปลงไฮเดรนเยียที่ปลูกในโรงเรือนใหญ่มาก!! ออกดอกได้ทั้งปี เอาไว้ให้ไปถ่ายรูปเก๋ๆ ไม่ซ้ำใครแน่นอน เชียงใหม่เปิดเมืองแล้ว ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยว แอดอยากเชิญชวนให้ลองมาเที่ยว “สวนของฉัน MY GARDEN” ดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าม่อนแจ่มไม่ได้มีแค่กระโจมที่พัก แต่ยังธรรมชาติให้เรามาสัมผัสและชื่นชมอีกเยอะมาก ค่าบริการเข้าชมสวน  ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท (ส่วนสูง 100 ซม.-120ซม.) ระวังหลงทาง เดินทางมาจากตัวเมืองเชียงใหม่มาตาม GPS […]

uoodpoon

November 9, 2021

เที่ยวคาเฟ่ริมนา พักผ่อนสุดชิลล์ ที่บัวขาววิลเลจ อำเภอแม่แตง เชียงใหม่

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineเที่ยวไหนดี? วันนี้แอดจะพาไป เที่ยวคาเฟ่ริมนา และนั่งจีบชาอารมณ์ดี (ชากัญชา) ที่บัวขาววิลเลจกันจ้าาา.. ฮิ้วว พี่บัวขาวได้ย้ายมาเปิดทั้งค่ายมวย คาเฟ่ และโฮมสเตย์ พร้อมกับสร้างวิวสุดอลังการไว้บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ให้คนเชียงใหม่ นักเที่ยวที่มาเที่ยวได้มาพักผ่อน ย่อนใจกันชิลล์ หรือใครที่อยากลงคอสซ้อมมวยที่ค่ายก็ได้เน้อ วิวธรรมชาติที่ บัวขาววิลเลจแอดขอบอกเลยว่าชิลล์มาก นั่งเพลินมองท้องนา ภูเขา นั่งฟังเสียงไก่ เสียงนกร้อง (นก ไก่ พี่บัวขาวเลี้ยงไว้) เจี้ยวจ้าว มาเป็นระยะๆ คือบำบัดความเหนื่อย ความล้า จากการทำงานมาก และใครที่มานอนพักที่โฮมสเตย์ในช่วงเช้าๆ จะมีทะเลหมอกด้วยนะ เริ่ดมากจ้า ลองหาโอกาศวันหยุดไปพักกันสักครั้งเน้อจ้าว แอดขอรับลองว่าใครทีเคยมีความคิดว่าไปเที่ยวทำไม คงมีแต่นักมวย ต่อย ซ้อมกระสอบทรายเต็มไปหมดแน่ๆ ถ้าได้ลงมา เที่ยวคาเฟ่ริมนา หรือมาเยียมที่บัวขาววิลเลจสักครั้งแล้วจะเปลี่ยนความคิดแน่นอนจ้า พิกัด: บัวขาววิลเลจ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่เวลาเปิด – ปิด: 08:00 – 18:30 น. […]

uoodpoon

November 8, 2021

“10 พิกัด เที่ยวเชียงใหม่หน้าหนาว” การันตีรางวัล Thailand Tourism Awards

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineแจกวาร์ปสำหรับสายเที่ยว จัดเต็มไปกับ 10 พิกัด เที่ยวเชียงใหม่หน้าหนาว ที่คนมาเชียงใหม่ต้องห้ามพลาด!!! บอกเลยว่าจัดเต็มทั้งที่เที่ยว ที่พัก สปา ครบจบในที่เดียว และที่สำคัญแอดไม่ได้สุ่มมาเล่นๆเน้อ ทุกพิกัดล้วนมีรางวัลการันตีจาก Thailand Tourism Awards เลยจ้าาา!! อ๊ะๆ สงสัยมั้ยเอ่ยว่า Thailand Tourism Awards คือใคร แอดขอขยายความก่อนว่า Thailand Tourism Awards คือโครงการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย นั่นเอง ซึ่งมาตรฐานของ Thailand Tourism Awards จะช่วยยกระดับคุณภาพของโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ รวมไปถึงช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการเติบโตและเป็นที่รู้จักในระดับประเทศด้วยน้า โดยครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 13 แล้ว ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าที่เที่ยว ที่พักที่ได้รับการการันตีจะมั่นใจได้เลยว่า สะอาด สะดวก ปลอดภัย และได้รับมาตรฐานแน่นอน พอทาง Thailand Tourism Awards ประกาศผลรางวัลปุ๊บแอดก็รีบเก็บพิกัดมาแจกลูกเพจปั๊บ บอกเลยว่าทุกที่เนี่ยต๊าชชชมากกก! ช่องทางติดตามข่าวสารโครงการ Website: bit.ly/3u0mR0E […]

uoodpoon

October 8, 2021

วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร กับตำนานเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของล้านนา ที่อายุกว่า 600 ปี

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineมาแอ่วเชียงใหม่ทั้งที จะพลาดได้จะใด ต้องมาแวะทำบุญ ไหว้พระที่ วัดเจดีย์หลวง วรวิหารสักครั้ง กับวัดที่มีความเก่าแก่คู่เมืองเจียงใหม่มากว่า 600 ปี และมีเอกลักษณ์โดดเด่นก็คือ องค์พระเจดีย์ที่ก่อเรียงด้วยอิฐที่ใหญ่มหึมา และมีประวัติตำนานเล่าขานมาเยอะมากเล่ายังไงก็ไม่หมดจ้า เป็นวัดที่มีมนต์เสน่ห์ ความสวยงามมากๆ จ้าว  วันนี้แอดก็ได้เก็บภาพบรรยากาศของ “วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร” มาฝากกันตวยเน้อ ซึ่งช่วงนี้ตัวพระวิหารหลวงกำลังปิดปรับปรุงซ่อมแซมอยู่ แต่ยังสามารมาเดินแอ่วถ่ายรูป และมานั่งชิลล์ๆ ที่ร้าน “อารักษ์ คาเฟ” ได้เน้อบรรยากาศเหมาะขนาดจ้าว พิกัด: วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในช่วงโควิดที่วัดค่อนข้างเงียบและเ็นโอกาสที่ดีที่วัดจะซ่อมบำรุง ปรับปรุงส่วนต่างๆภายในวัด ซึ่งถ้าใครมาเที่ยวเชียงใหม่ช่วงนี้แล้วเห็นว่าทำไมพระวิหารหลวงถึงปิดไม่ให้ขึ้นไปกราบไหว้พระ นั้นก็เพราะว่ากำลังมีการซ่อมบำรุงส่วนของหลังคาของวัดจ้าว และถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักท่องเี่ยวที่มาเที่ยวที่วัดจะได้มีโอกาสในการปิดทองช่อฟ้าตวยเน้อจ้าว ลักษณะเด่นของวดเจดีย์หลวงคงไม่พ้นองค์พรเจดย์ ที่เด่นจนกลายมาเป็นชื่อวัดที่ดังไปทั่วโลกจ้าว แต่เนื่องด้วยเหตุแผ่นดินไหวในอดีตจึงทำให้องค์พระเจดีย์แตกหักลงมาบางส่วนจนถึงในปัจจุบัน และสิ่งที่คนเชียงใหม่ในยุคนี้อยากลุ้น อยากเห้นมากที่สุดคือวันที่องค์พระเจดย์ถูกบูรณะ ซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ว่าเมื่อซ่อมเสร็จแล้ว ตัวองค์พระเจย์ดีจะสวยและยิ่งใหญ่ขนาดไหน นอกจากองค์พระเจดย์ที่ใหญ่เด่นตาแล้ว ทางวัดยังมีการอัญเชิญองค์พระแก้วมรกต มาไว้ให้ชาวเชียงใหม่ได้มากราบไหว้ถึงที่เลยจ้าว ถึงแม้ในปัจจุบันจะเป็นเพียงองค์จำลองของพระแก้วมรกตก็ตาม ถ้าหากใครเดินชมวัดกันจนครบแล้ว แอดขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดหอธรรมและพิพิธภัณฑ์ที่ประดิษย์ฐานอยู่ในวัดตวยเน้อ ภายในพิพิธภัณฑ์ได้เก็บเรื่องราว ความเป็นมาของวัดเจดย์หลวงและประวัติการก่อตั้งเมืองเชียงใหม่ ส่วนที่ชอบบ่นมาว่าวัดแล้วร้อน เดี๋ยวไม่ร้อนแล้วเน้อ เพราะที่ […]

uoodpoon

September 13, 2021