MY BEER FRIEND คราฟต์เบียร์ เชียงใหม่โตไวแบบ Startup

เป็นเบียร์ที่กวนตีนที่สุดในประเทศไทย เราขายแค่นี้ แค่ในเมืองเชียงใหม่ ใครจะกินต้องมาที่นี่

ถึงทำใต้ดินกูทำก็จะไม่ขายให้ใคร !!

พี่เหมา เปิดตัวด้วยความเฟี้ยว ใต้ป้ายไฟและแสงสลัวที่ร้าน My BEER Friend Market : Flagship café ร้านที่เป็นเสมือนเรือธงของ My BEER Friend ด้วยความที่เป็นร้านที่ขายแต่ คราฟต์เบียร์ไทยเท่านั้น

ความสงสัยของการทำร้านก็ทำเราตกใจไม่น้อย ด้วยความที่ป้ายเยอะเยอะมากมายในร้านถูกแขวนเหนือหัวแทนที่เราจะเห็นป้ายไฟโลโกเบียร์แบบบาร์ที่เราเคยไป

พี่เหมาอยากให้ร้านเป็นเหมือนตลาด การเดินมากินก็ควรจะง่ายราคาถูก ไม่มีเบียร์ที่ไหนขายได้ถูกเท่านี้เพราะ ราคาเบียร์ไม่ต้องผ่านคนกลาง

เราถามว่าคนเชียงใหม่ได้อะไรจากการทำเบียร์ของพี่

คนเชียงใหม่ได้เบียร์ราคาถูกและดี เพราะเราไม่มีค่าขนส่ง ไม่ได้มีค่าการตลาดมากมาย ราคามันเลยไม่แพง


แล้ว  My BEER Friend มีเบียร์อะไรบ้าง

  • Chiangmai Accent เป็นวีทเบียร์ที่หมายถึงมีสำเนียงของเชียงใหม่เพราะพวกเขาแอบเอาข้าวสาลีที่ปลูกในอำเภอสะเมิงมาใส่ในเบียร์ด้วยเล็กน้อยตัวนี้น่าจะเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นดื่มคราฟท์เบียร์
  • I Think So เป็นเบียร์ประเภทไอพีเอที่มายเบียร์เฟรนด์ชอบถูกทักว่าเหมือนหรือคล้ายเบียร์นอกตัวนั้นตัวนี้ พวกเขาเลยประชดไปว่า อืมมม… ฉันก็คิดเหมือนกัน ตัวนี้เราให้ห้าดาวเลยในความชอบ IPA หวานปลายรสสัมผัสในปากค่อนข้างดีเลยหละ
  • Northern Parade เป็นเบียร์สไตล์ผู้ดีอังกฤษที่พวกเขาใส่ความหอมของดอกไม้และผลไม้ลงไปในเนื้อเบียร์ เหมือนขบวนแห่ฟ้อนเล็บของชาวเหนือ เอาเข้าจริงความหอมดอกไม้เและดอกฮอป์ช่วยให้การดื่มสนุกและลื่นมาก
  • Caffeine Dealer เป็นเบียร์ดำประเภทพอร์ตเตอร์ ที่พวกเขาแอบแซะร้านกาแฟที่มีมากมายในเชียงใหม่
  • Haze Survivor  (ผู้รอดพ้นจากวิกฤติหมอกควัน) เป็นเพลเอลที่ดื่มลื่นและง่ายมาก
  • Nimmanian Supernova (อีสาวชาวนิมมานแต่งตัวโป๊โชว์สะดือ) เป็นดับเบิ้ลIPA
  • หรือเบลเจี้ยน+เยอร์มันวีทเบียร์ Bangkok Calling (เสียงเรียกร้องจากกรุงเทพ)

คุณพระ ! แทบไม่น่าเชื่อว่าจะทำอะไรกันหลากหลายขนาดนี้ ออเจ้ารับที่กลับด้วยกินหมดก็ปลิวแล้วจ้า


อยากดื่มต้องไป

ใช่แล้วแล้วถ้ามาถึงเชียงใหม่ยังไม่เคยลองจะมาถึงเชียงใหม่ได้ยังไง มาดูกันไปดื่มไหนได้บ้าง แบ่งง่ายๆแบบ ในเมือง นอกเมือง

ในเมือง

  1. Parallel Universe of Lunar 2 on the Hidden Moon ร้านที่ชื่อน่าจะยาวสุดในเชียงใหม่แล้ว ร้านนี้ตั้งอยู่ในโครงการ One nimman ดาดฟ้าชั้น 5  เด่นในเรื่องเบียร์ที่หลากหลาย ทั้งไทยและต่างประเทศที่คัดสรรมาแทบทุกประเภทของเบียร์ วิวดอยสุเทพและถนนนิมมานที่ไม่มีร้านไหนได้ฟิว นั่งระเบียงจิบเบียร์ชิลสุดก็ต้องที่นี่หละ มีตัวลองหลายตัวให้ลองและแน่นอนว่ามี My BEER Friend ประจำ Tap แน่นอน




    2.
    No.9 Hostel นอกจากเป็นที่พักแล้ว บาร์ด้านล่างยังเป็นจุดปล่อยเบียร์ขวดที่ปล่อยเฉพาะ My beer friend เท่านั้น ที่นี่จึงเรียกได้ว่าเป็น Bottle Shop ของ My beer friend ที่อยู่ในทำเลที่สะดวกต่อการเดินทางมากๆ


    3.
    My BEER Friend Market : Flagship café ใกล้คูเมือง ตั้งอยู่ถนนช้างม่อย ร้านนี้เป็นร้านหลักสาขาแรกเลยก็ว่าได้ ฟิวเหมือนนั่งกินเบียร์ในตลาด ลังพลาสติก โต๊ะสังกะสีง่ายๆ เก้าอี้พลาสติก ไม่ต้องหล่อ เข้าถึงง่ายสุดขายเฉพาะ Local beer Tap 8  หัวจ่ายเบียร์คราฟท์พร้อมเสิร์ฟ ตัวหายากทุกตัวมีเฉพาะเชียงใหม่เท่านั้น มาถึงเชียงใหม่ห้ามพลาด



  2. The Grumpy Old Men ความเท่ที่ตกแต่งด้วยแผ่นซีดี มีกลิ่นอายแบบ colonail style ด้วยความชอบของเจ้าของร้าน บรรยากาศที่นี่จะเป็นการนั่งดื่มแบบสบายๆ มาเป็นครอบครัวก็ได้มีอาหารทานเล่นพอสมควร สำหรับ Tap beer ที่นี่มีถึง 8 Tap เรียกได้ว่ารวมตัวที่กำลังดัง และตัวหายากแต่ก็ไม่ขาดที่จะมี My BEER Friend ประจำ Tapนอกเมือง
    1. The yellow pug & Bottle Shop ร้านสุดชิกเส้นนอกเมือง ที่นอกจาจมีคราฟท์เบียร์จากทั่วโลกแล้ว ยังมี Tap ที่หมุนเวียนเปลี่ยนใหม่มาเรื่อยๆ และเป็นอีกร้านที่  My BEER Friend ขายดีมากๆ อยากมาดื่มชิลล์ๆมีดนตรีให้ฟังช่วงสุดสัปดาห์ก็เป็นอีกทางเลอืกสำหรับคนที่ไม่อยากเข้าเมืองร้านอยู่แถวแยกขนส่งแม่เหียะ





เรามาดูกันว่า Craft beer หรือ Local Beer คืออะไร

เราเริ่มสนใจและอยากรู้ความเป็นมาจองโปรเจ็ค My BEER Friend เลยขอให้พี่เเหมาเล่าให้ฟัง ในบรรยากาศที่เป็นกันเอง

และนี่คือการเริ่มต้นที่ทำให้เรารู้ว่าคนธรรมดาก็ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้

“กูว่ากูอยากทำคราฟท์เบียร์” พี่เหมาพูดขึ้นมาระหว่างมื้ออาหารกลางวันที่ร้านลาบแห่งหนึ่งที่เขากับเพื่อนสนิทคนหนึ่งชอบไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันสองคนเพราะที่ทำงานของเขาสองคนใกล้กัน

“ถ้าจะทำคราฟท์เบียร์นะ ผมขอหุ้นด้วย” พี่แม็ค วางช้อนตักลาบแล้วตอบขึ้นทันที

“ดีล! จับมือกัน!!!”


นั่นคือที่มาของโปรเจ็คที่ทำให้วงการเบียร์ของเชียงใหม่ไม่เหมือนเดิมตลอดกาล

ทั้งสองคนลงเงินคนละหนึ่งหมื่นบาทเพื่อซื้อหม้อต้มก๋วยเตี๋ยวจะห้างแม็คโคร

พี่เหมาไปหาท่อทองแดงจากร้านแอร์มาม้วนทำสิ่งที่เรียกว่า เวิร์ทชิลเลอร์

และทั้งคู่ไปร้านขายของเก่าเพื่อซื้อตู้แช่มือสอง และในราวๆกลางเดือนกันยายนปี2014เบียร์แบทแรกที่ไม่ได้ตั้งชื่อก็สำเร็จออกมาพร้อมดื่ม

“ไอ่สัส!! ขมชิบหาย!!!!”

นั่นคือเสียงอุทานเมื่อได้ชิมเบียร์แบทแรก ที่พวกเขาเขียนสูตรขึ้นมาจากการกูเกิ้ลข้อมูลในอินเตอร์เน็ท  พวกเขาไม่เคยไปเรียนอบรมเบียร์ พี่เหมามีพื้นฐานเล็กน้อยจากการผลิตสุราแช่ชุมชนยี่ห้อ ชูใจ มาก่อนส่วนพี่แม็คเป็นคนบ้าเบียร์คนหนึ่ง

จากนั้นพวกเขาค่อยๆแก้ไข ทำความเข้าใจ ปรับสูตร และลงมือทำเบียร์ใหม่อีก2-3แบทอย่างต่อเนื่อง และแล้วเมื่อได้ชิมเบียร์ที่ค่อยๆทดลอง ผลก็ทำให้พวกเขาพอใจเป็นอย่างยิ่ง

“ยี่ห้ออะไรดีวะเหมา” พี่แม็คถาม

“มาย เบียร์ เฟรนด์” คือคำตอบที่พี่แม็คได้รับจากพี่เหมา


My Beer Friend คืออะไร

My Beer Friend เป็นการเล่นคำมาจากคำว่า My Dear Friend ที่แปลว่าเพื่อนรัก พี่เหมาให้คำอธิบายว่า บางครั้งเวลาที่เราเกิดปัญหา ต้องการนั่งคิดทบทวน โดยเราอาจจะไม่ต้องการใครสักคน เพราะการพูดคุยกับตัวเองนั่นแหละคือสิ่งที่เราควรจะทำ และอาจมีเบียร์สักขวดเป็นเพื่อน ใช่! เบียร์ก็คล้ายๆเพื่อน  และการที่พี่เหมาและพี่แม็คได้มาร่วมงานกันก็เพราะเบียร์ เป็นเบียร์นั่นเองที่ทำให้เขาสองคนมาทำโปรแจ็คนี้

โลโก้ของMy Beer Friendเป็นรูปของ “เจ้าตุ้ย” หมาของพี่เหมาที่ได้ตายในช่วงที่เริ่มต้นทำเบียร์พอดี พี่เหมาเอารูปใบสุดท้ายที่ถ่ายไว้ในมือถือก่อนตุ้ยจะตายให้รุ่นน้องออกแบบโลโก้ให้ จึงเป็นที่มาของเบียร์ตราหมา มีแก้วเบียร์วางบนหัวอย่างทุกวันนี้


การตลาดอย่างง่าย

เวอร์ชั่นแรกคือตู้แช่สีดำที่วนไปตั้งตามที่ต่างๆ

พี่เหมาออกแบบฉลากชุดแรกเป็นฉลากเดียวกันหมดแต่ติดสติ๊กเกอร์แยกประเภทเบียร์ไว้ที่ฝาขวด แล้วเอาใส่ตู้แช่ที่ออกแบบมาพิเศษแล้วนำออกวางตามที่ต่างๆ ร้านละสองสามวันมั่ง ห้าวันมั่ง แล้วก็เปลี่ยนร้าน ไปเรื่อยๆ เดือนหนึ่งบางทีย้ายร้านเกือบสิบครั้ง

เกิดกระแสตอบรับดีอย่างไม่น่าเชื่อ พวกเขาขายเบียร์ขวดละ120บาท บางครั้งมีคนมาซื้อสิบขวด บางครั้งมีคนมาตามหาตู้เบียร์ที่เคยเห็นในเพจเฟสบุ๊คที่พวกเขาเปิดไว้ แต่ตู้ก็ถูกยกไปอีกที่หนึ่งแล้ว พวกเขาเพิ่มกำลังการผลิตโดยออกแบบเครื่องต้มเบียร์ที่เป็นระบบมากขึ้นโดยพี่เหมาได้เดินทางไปจ้างโรงงานที่กรุงเทพฯทำให้ในราคาเกือบ6หมื่นบาท  แต่แล้วในต้นปี2015มายเบียร์เฟรนด์จำเป็นต้องหยุดการผลิตเนื่องจากเจ้าหน้าที่สรรพสามิตได้เข้ามาตรวจสอบสถานที่ผลิตเบียร์ และทำการปรับและยึดอุปกรณ์ของมายเบียร์เฟรนด์ไปหมด เนื่องจากได้เบาะแสจากการร้องเรียนของบุคคลที่เข้าใจว่าน่าจะเสียผลประโยชน์จากการเติบโตอย่างรวดเร็วของพวกเขาในช่วง 3-4เดือนที่ผ่านมา ก็อย่างว่าหละนะโตเร็วเพราะมีแรงสนับสนุนจากคนอื่มนี่นา

ความเงียบงันเข้ามาครอบคลุม ทุกอย่างหยุดชะงัก จนเมษายน2015 พี่เหมากับพี่แม็คจึงได้คุยกันในเรื่องนี้ และบทสรุปของการสนทนาในวันนั้นก็คือ “เราจะลองอีกสักตั้ง!!!”

มายเบียร์เฟรนด์เฟส2 มาพร้อมกับฉลากใหม่ที่ออกแบบโดยศิลปินกราฟิตี้สตรีทอาร์ตตัวพ่อของเชียงใหม่ พร้อมชื่อเบียร์ที่พี่เหมาตั้งขึ้นด้วยการแฝงความหมายของเชียงใหม่ไว้อย่างแยบยล



พวกเค้ายังเพิ่มความบ้าในเฟส2 เป็นเฟส 2.1 ด้วยการสร้างสิ่งที่ฮือฮาและเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำให้คนจดจำมายเบียร์เฟรนด์เพิ่มมากขึ้นเข้าไปอีก นั่นคือ    “รถเข็นเบียร์ในตำนาน” ซึ่งมายเบียร์เฟรนด์ได้ออกแบบรถเข็นซาเล้งที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ลาก ไปเสริฟเบียร์ขายตามที่ต่างๆในเชียงใหม่ รับงานไม่เว้นแม้กระทั่งงานแต่งงาน ขึ้นบ้านใหม่ งานเลี้ยงต่างๆ เมื่อว่างก็ลากไปขายตามหน้าร้านอาหาร ร้านเหล้า จนเป็นที่จดจำของผู้คนที่สนใจ จนกลายเป็นหนึ่งในเป็นสัญลักษณ์

อยู่มาวันหนึ่งในปี 2016 พี่เหมาพี่แม็คและเพื่อนอีก2คน ได้นั่งดื่มด้วยกันและจอมไอเดียอย่างพี่เหมาก็พูดขึ้นกลางวงเหล้าว่า “เอาเงินมาคนละ5พัน กูจะเปิดร้านเบียร์ที่เจ๋งที่สุดร้านหนึ่ง” ทุกคนฟังไอเดียของพี่เหมาแล้วก็ไม่ลังเลที่จะควักเงินในกระเป๋าออกมารวมกัน


In The Mood for BEER คือโปรเจ็คที่มายเบียร์เฟรนด์ คิดขึ้นมาและสร้างความฮือฮาอีกครั้ง ร้านเบียร์ในตรอกมืดๆข้างถนน มีโต๊ะสำหรับลูกค้า2ตัว  และที่สำคัญ ร้านเปิดแค่วันศุกร์วันเดียวต่อสัปดาห์!!!

พี่เหมาบอกว่าจากการที่ลากรถเข็นไปขายตามที่ต่างๆ เขาสังเกตด้วยความบังเอิญเมื่อเขาไปจอดรถเข็นเสริฟเบียร์ในที่เดิมซ้ำกันในคืนวันศุกร์ติดต่อกันสามสัปดาห์ พอสัปดาห์ที่สี่เขาไม่ได้ไปขาย เจ้าของสถานที่โทรมาว่า มีลูกค้ามารอเต็มหน้าร้านเลย!

มันคืออารมณ์รถขายกับข้าวที่จะขับรถวนไปตามสถานที่ต่างๆเป็นเวลากิจวัตร ทุกคนจะรู้การนัดหมายว่าจะจอดกี่โมงวันไหน นั่นคือไอเดียที่มายเบียร์เฟรนด์คิดว่า มันน่าสนใจ การที่เราจะจอดรถเข็นเราขายเบียร์ในที่ที่หนึ่ง ทุกวันวันหนึ่งเป็นประจำ  ร้านปิดเก็บร้านเหมือนแผงลอย เป็นpop-up bar ที่อันตรธานหายไปภายในสามสี่ชั่วโมง

กระแสความอินดี้บ้าบอของมายเบียร์เฟรนด์ส่งผลให้เกิดไวรัลหรือกระแสในโลกโซเชียล อย่างกว้างขวาง จากวันแรกที่พวกเขาขายเบียร์ได้ไม่ถึงหนึ่งพันบาทในวันศุกร์แรก  เดือนผ่านไปกลายเป็นพวกเขาขายเบียร์หมดร้านภายในเวลา2ชั่วโมง กระแสความสำเร็จของเขาไม่รอดพ้นสายตาจากเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลกฎหมาย มายเบียร์เฟรนด์ได้รับการเชิญไปพบกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตอีกครั้ง


คุยกันคนละภาษา

มายเบียร์เฟรนด์ยืนยันในสิทธิง่ายๆพื้นฐานคือเราทำไมไม่สามารถทำเบียร์กินเองได้ เพราะอะไรใบอนุญาตผลิตสุราประเภทเบียร์นั้น ถึงถูกออกแบบมาให้ผู้ประกอบการรายเล็กที่เรียกตัวเองว่า คราฟท์เบียร์นั้น ไม่สามารถขออนุญาตผลิตเบียร์ในจำนวนที่น้อยๆได้  แต่เหมือนจะยืนอยู่คนและหลักเหตุผล เมื่อเจ้าหน้าที่ยืนยันว่าก็กฏหมายในเมื่อมันเป็นแบบนี้ก็ต้องปฏิบัติตาม การพูดคุยก็จบลงที่ ปิดร้าน อีกแล้ว อีกแล้วที่มายเบียร์เฟรนด์ต้องหยุดโปรแจ็คไปทั้งๆที่อะไรๆกำลังเดินไปได้ด้วยดี

แต่รอบนี้พวกเขาหยุดไม่นาน การย้ายร้านเกิดขึ้นภายใน1เดือน พร้อมการออกแบบระบบเสริฟเบียร์ใหม่ และร้านใหม่ที่มีประตูปิด เพิ่มโต๊ะเก้าอี้ มีเครื่องเสียง แม้กระทั่งมีห้องน้ำ  

อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด พวกเขายืนยันที่จะเสริฟเบียร์ทุกวันศุกร์ที่ In The Mood for BEER อย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์  ผู้คนแวะเวียนมาทดลองดื่มเบียร์ของพวกเขา บางคนมาจากต่างจังหวัด บางคนถึงขั้นกำหนดวันมาเชียงใหม่ให้ตรงกับวันศุกร์ บางคนใส่ลงในโปรแกรมเที่ยวของพวกเขา เหมือนไปวัดพระธาตุดอยสุเทพ หรือม่อนแจ่ม  จากเงินห้าพันบาทที่ลงทุนกันไปในวันนั้น ถึงวันที่พวกเขาเปิดร้านครบ1ปี และตัดสินใจประกาศปิดร้าน In The Mood for BEER ทั้งๆที่ทุกอย่างดำเนินไปได้อย่างดี โดยแบ่งเงินกันได้เกือบคนละ1แสนบาท พร้อมกับความคิดที่จะก้าวไปอีกขั้นของพวกเขา


การเดินทางไกลไปต่างประเทศเพื่อผลิตเบียร์ที่ถูกกฎหมายแล้วนำเข้ามาขายอย่างถูกต้องเสียที ก็เกิดขึ้นจนได้ในราวๆต้นปี 2017 พี่เหมากับพี่แม็คเดินทางไปยังกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นเพื่อไปยังโรงเบียร์ฮาเนดะ โดยใช้เวลา3วันเพื่อผลิตเบียร์ที่นั่น5ตัว แล้วกลับมาสร้างโปรเจ็คต่อไปของพวกเขา นั่นคือการสร้างร้านเบียร์ที่ถูกกฏหมายเปิดทุกวันและไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ  โปรเจ็คบาร์สาขาของมายเบียร์เฟรนด์ที่จะกระจายไปอยู่ทุกมุมเมืองเชียงใหม่ พร้อมเสริฟเบียร์ของพวกเขาเป็นการเฉพาะ

เบียร์จากประเทศญี่ปุ่นได้เดินทางมาเชียงใหม่เมื่อเดือนมิถุนายน2017 พร้อมทั้งการเปิดตัวของร้ายมายเบียร์เฟรนด์ร้านแรก My BEER Friend Market เป็นร้านเรือธงหรือ Flagship Café ที่ตั้งอยู่ไม่ห่างจาก In the Mood for BEER เก่า  พวกเขาออกแบบร้านโดยใช้ไอเดียที่ได้จากตลาด อาหารข้างถนน และร้านขายของชำ เสริฟเบียร์มายเบียร์เฟรนด์จำนวน5ตัว และหมุนเวียนเสริฟคราฟ์เบียร์ไทยอีกจำนวนหนึ่ง ผู้คนยั้งไม่หายตื่นเต้นกับร้านแรก พวกเขาตอกย้ำหลักการนี้ด้วยการขยายร้านสาขา2 โดยมีหุ้นส่วนเดิมจากทีมIn the mood for BEERมาบริหารงาน ภายใต้ชื่อ The Grumpy Oldmen : My BEER Friend Taproom ร้านเบียร์ที่ตกแต่งแบบเนี้ยบขึ้นมา ร้านเล็กลงเน้นการนั่งพูดคุยในย่านธุรกิจอย่างถนนช้างคลาน  เสริฟมายเบียร์เฟรนด์และคราฟท์เบียร์ดีๆจากต่างประเทศ ยังไม่พอ ! My BEER Friend bottle shop ก็ได้รับการเปิดขึ้นหลังจากที่มายเบียร์เฟรนด์ย้ายฐานการผลิตเบียร์จากโตเกียวมาที่โรงเบียร์คิงด้อมส์ ประเทศกัมพูชา เพื่อกำลังการผลิตที่ยกระดับขึ้น และมีการบรรจุลงขวด  ร้านหมายเลข3ตั้งอยู่ที่ถนนนิมมานเหมินท์ซอย9 ใต้โฮสเทลน่ารักๆที่ชื่อ No.9 Hostel

ล่าสุดต้นปีที่ผ่านมาพวกเขาผนึกกำลังกับร้านคราฟท์เบียร์ท้องถิ่นชื่อดัง Namton’s House bar เปิดร้านคราฟท์เบียร์ที่วิวสวย ที่สุดร้านหนึ่งในประเทศ ภายใต้ชื่อร้าน Parallel Universe of Lunar 2 on the Hidden Moon

การเดินทางอันยาวไกลของพวกเขาจากเบียร์หม้อก๋วยเตี๋ยวแม็คโคร มาเป็นการผลิตครั้งละ3,000ลิตรและโปรเจ็คร้านเบียร์ที่กระจายไปตามมุมเมืองเชียงใหม่ ผ่านระบบ membership , partnership และ sponsorship ที่พวกเขาวางไว้เป็นหลักการในการกระจายจุดจำหน่าย ปัจจุบันร้านพันธมิตรสมาชิก ร้านแรกเปิดตัวแล้วที่ย่านแม่เหียะ ชื่อ The Yellow Pug เสริฟมายเบียร์เฟรนด์ในลักษณะร้านสมาชิก  และเพิ่มจุดจำหน่ายเบียร์ขวดเพิ่มในร้านใหม่ทั้ง Hatena ร้านสุดแนว ซ.วัดอุโมงค์ หรือร้าน Ole’ ซึ่งนำไปเสริฟคู้กับอาหารแม็กซิกันอย่างลงตัว  ในขณะที่ก็ยังคงเสริฟมายเบียร์เฟรนด์อย่างต่อเนื่องและกำลังจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนวันหนึ่งที่พวกเขาฝันไว้ไกลๆ ว่าเมื่อจุดจำหน่ายกระจายไปครอบคลุมทุกมุมเมืองและปริมาณการผลิตและเสริฟถึงขั้นต่ำของกฏหมายกำหนดไว้ ไม่แน่ว่า ร้านสาขาสุดท้ายของพวกเขา อาจจะเป็นโรงเบียร์ที่ชื่อ My BEER Friend Brewery ก็เป็นได้

ขอบได้โปรดจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะนี่อาจเป็นการเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่หาญกล้าจะเปลี่ยนเมืองเชียงใหม่ด้วยสิ่งที่เขาเหล่านี้เชื่อ  My BEER Friend เบียร์ของคนเชียงใหม่

Relate Posts :

รวมร้านมิชลิน ไกด์เชียงใหม่ ประจำปี 2023 อร่อยเด็ด ต้องลอง!

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineสวัสดีจ้าวว วันนี้แอดมาแจกพิกัดร้านอาหารที่การันตีความอร่อย บอกเลยว่าแต่ละร้านไม่ธรรมดา!! เพราะเขาได้รางวัล ‘บิบ กูร์มองด์’ เป็นรางวัลที่ทางมิชลิน มอบให้กับร้านอาหารอร่อยและราคาสมเหตุสมผล แต่ละร้านก็มีรสชาติอาหารที่แตกต่างกันออกไป มีทั้งเนื้อนุ่มๆ ละลายในปาก น้ำแกงที่เข้มข้มสุด กับอาหารทะเลแบบสดๆ ว่าแต่จะมีร้านอะไรบ้าง ตามแอดมากั๋นได้เลยจ้าวว 1. ก๋วยจั๊บช้างม่อยตัดใหม่ ร้านที่การันตีความอร่อยด้วยรางวัลมิชลิน 2020 – 2023 และจำนวนลูกค้าที่มาไม่ขาดสาย เมนูขึ้นชื่อก็คงไม่พ้นก๋วยจั๊บน้ำซุปกลมกล่อม อัดแน่นไปด้วยหมูกรอบและเครื่องใน มีไส้ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน นอกจากเมนูก๋วยจั๊บที่ขึ้นชื่อว่าไม่ควรพลาดแล้ว เค้าก็ยังมีเมนูเกาเหลา ก๋วยเตี๋ยวหลอด ปอเปี๊ยะสด และข้าวหมูกรอบที่อร่อยไม่แพ้กันเลย แอดขอบอกเลยว่าหมูกรอบที่นี่คือลำแต้ๆ จ้าว กรอบจริง! 2. ครัวป้าอ้อย ร้านอาหารตามสั่งโดยป้าอ้อย ที่จะทำอาหารสดใหม่จานต่อจาน อาหารมีหลากหลาย แอดลองไปกินก็รอคิวสักพักเค้าจะมีโซฟาให้นั่งรอเน้อ แล้วก็ให้จดรายการอาหารไว้เพี่อความรวดเร็ว พออาหารมาถึงเท่านั้นแหละ หอมขนาด อร่อยถูกปาก แอดชอบเมนูผัดผงกะหรี่ กินกับน้ำพริกน้ำปลาของทางร้านคือเด็ดมากกก นอกจากนี้ร้านป้าอ้อยก็ยังมีอีกหลากหลายเมนู บอกเลยว่าอิ่มคุ้มจ้าววว 3. บุศริน ร้านเด็ดอีกร้านที่เมนูแต่ละเมนูครีเอทจากความชอบของเจ้าของร้าน อาหารไม่มีผงชูรส เน้นคุณภาพและวัตถุดิบ […]

tanna

November 25, 2022

8 ร้านหม่าล่าเชียงใหม่ เด็ด เผ็ด ฟินท้าลมหนาว

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineเข้าหน้าหนาวแล้ว หาร้านนั่งดริ้งกันอยู่รึป่าวน้าา วันนี้แอดมาแจกพิกัดร้านหม่าล่าท้าลมหนาว จะมานั่งเม้าส์มอยกับชาวแก๊งค์ก็ดี มานั่งคนเดียวก็ไหว กินหม่าล่าเผ็ดชาลิ้นกันไปข้าง พร้อมจิบเครื่องดื่มรับบรรยากาศฟินๆ คือปังเน้อ อ่ะ ว่าแล้วอย่ารอช้าตามแอดมาเลยจ้าวว Funky Grill หม่าล่า ฟังกี้กริลล์ แคมป์หม่าล่าเชียงใหม่ ควันจุ๊งจุ๊งหมาล่า ปิ้งย่างฮอตซิก สถานีหม่าล่า หม่าล่า 4 แยก (สาขาศรีปิงเมือง) หม่าหล่าพายัพ (แยกหนองประทีป) หม่าล่าเด้าลิ้นกาดสามแยก 1. Funky Grill หม่าล่า ฟังกี้กริลล์ ฟังกี้กริลล์คือร้านปิ้งย่างหม่าล่า ที่พัฒนารสชาติปิ้งย่างหม่าล่าจากแบบดังเดิม ปรับปรุง ทดสอบครั้งแล้วครั้งเล่าเลยเน้อจ้าว จนได้รสชาติหม่าล่าที่อร่อยถูกปากในสไตล์ฟังกี้กริลล์ มีให้เลือกทานถึง 50 กว่าเมนู เปิดให้บริการถึง3สาขาจ้าวว พิกัด: ฟังกี้กริลล์ สาขาห้วยแก้ว เปิด-ปิด: ทุกวัน 17:00 – 02:00 น. Facebook: Funky Grill หม่าล่า ฟังกี้กริลล์ […]

tanna

November 11, 2022

Seoul By Nimman เทปันยากิเกาหลี ลีลาดี รสชาติลำ

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineมากินอาหารเกาหลีรสชาติต้นตำรับแบบลำๆ กันจ้าวว ร้านเค้าอยู่ปากซอยนิมมานซอย 5 ฝั่งศิริมังคลาจารย์ มีที่จอดรถ เน้อ บุฟเฟต์ปิ้งย่างเกาหลีอยู่ที่ 499 บาท/คน ไม่จำกัดเวลา!!  มากับเพื่อนก็ดี มาคนเดียวก็ได้ ราคานี้รวมหมู กุ้ง ไข่ม้วน กิมจิ ซุป และอื่นๆ มีเครื่องจิ้มอยู่ 4 แบบ ( น้ำจิ้ม 3 รส/ คันจัง/ โคชูจัง/ โซกึม ) ซึ่งบอกเลยว่าความพิเศษของทางร้านคือการที่มีเชฟปรุงอาหารให้แบบพร้อมกิน เราก็นั่งรอไปเพลินๆ ไม่ต้องปิ้งเองจ้า เริ่ดมาก! แอบกระซิบหน่อยว่าน้ำมันที่ใช้ย่างเป็นน้ำมันหมักกระเทียมเกาหลีสูตรของทางร้าน ที่บอกเลยว่าหอมมากกกก  บุฟเฟต์ปิ้งย่างมาแบบจัดเต็มทั้งหมู กุ้ง ผัก และอื่นๆ แถมมีเชฟย่างให้ ตัดให้ ดีมากแม่! จะกินกับข้าวหรือกินกับผักก็ได้ ใส่น้ำจิ้มนิด กิมจิหน่อย บอกเลยว่าฟิน นอกจากเมนูบุฟเฟต์แล้ว ร้านเค้ายังมีเมนูแบบอื่นๆ ให้ได้เลือกกันด้วยน้า เช่น เมนูเซ็ทกลางวัน […]

Ninereview

November 1, 2022

ฮะจิบัง ไคเซนเมน ราเมนแห้งหน้าแน่น เครื่องเต็มชาม!

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineฮะจิบัง กลับมาอีกครั้งแล้ว ตามคำเรียกร้องกับเมนู “ไคเซนเมน” เป็นความที่สุด ของที่สุด ของความคุ้มและความอร่อยจากฮะจิบัง ราเมน  เครื่องแน่น จัดเต็มไปด้วยหน้าซีฟู้ด ไม่ว่าจะเป็น กุ้งตัวโตๆ นุ่มๆ เด้งๆ ที่แกะมาให้พร้อมทาน เนื้อเด้งมาก ปลาหมึกแห้งทอดกรอบ กรุบกรอบ มีกลิ่นหอมของรสชาติปลาหมึก รวมไปถึงหมูสับ ผักกาดแก้วสด และซอสไคเซนสุดเข้มข้น บอกเลยว่ากลมกล่อมมาก แอดลองคลุกแล้วกินกับเส้นกับหมูสับก็คือเดอะเบส เข้าถึงต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ  ไคเซนเมน 128.- ไคเซนเมน เซ็ท 188.-  จะทานที่ร้าน หรือสั่งไปทานที่บ้านก็ได้เลย รอให้ทุกคนได้มาสัมผัสความอร่อยพร้อมกันแล้วที่นี่ที่เดียวที่ ฮะจิบัง ราเมน  พิกัด: เซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต ชั้น 4 เวลาเปิด-ปิด: จันทร์ – ศุกร์ 11:00 – 21:00 น., เสาร์ อาทิตย์ 10:00 – 21:00 น. โทร: […]

Arr

September 23, 2022

เตี๋ยวเนื้อโอชา สายเนื้อถูกใจ ชิ้นใหญ่เต็มคำ รวมเมนูเนื้อไว้ที่นี่แล้วจ้า

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineจัดใหญ่จัดเต็มแบบเบิ้มๆ เน้นๆ ไปกับเมนูเนื้อ ไม่ว่าจะเป็นหม้อไฟ เมนูเส้น หรือเมนูข้าว ก็ต้องที่นี่เลย “เตี๋ยวเนื้อโอชา” ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสมุนไพรจีนแท้เปิดใหม่ พร้อมห้องแอร์ ที่ได้รวมสารพัดเนื้อ ทั้ง เนื้อใบพายออสเตรเลีย เนื้อเปื่อย เอ็นตุ๋น ไส้ตุ๋น เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของสายเนื้อตัวจริงๆ นอกจากนี้ทางร้านยังมีเนื้อหมูด้วยนะ เลือกกันได้เลย  เมนูที่นี่ก็มีหลากหลาย ทั้งเมนูก๋วยเตี๋ยวที่เราสามารถเลือกเนื้อในส่วนที่ชอบได้เลย เช่น ข้าวหน้าเนื้อพะโล้ เนื้ออบวุ้นเส้น ลวกจิ้มต่างๆ หรือเมนูทานเล่น ปอเปี๊ยะเนื้อชีส ปอเปี๊ยะวุ้นเส้น และ น้ำอัดลมวุ้น น้ำสมุนไพร ที่ปัจจุบันเริ่มหาทานยากแล้วแต่ที่ร้านนี้มี!!  เมนูเด็ดที่ไม่ควรพลาดเลยก็คือ ชุดเซตหม้อไฟ ที่รับประกันความฟินจากเครื่องเคียงที่ร้านให้มาแบบจัดเต็ม ฟินๆ กับเนื้อที่ละลายในปากและน้ำซุปที่แทบไม่ต้องแตะเครื่องปรุง เพราะซุปเขารสชาติดีเข้มข้นสุดๆ   ทางร้านตกแต่งได้สวยมาก หน้าร้านตกแต่งฟีลเหมือนเราย้อนเวลากลับไปนั่งทานในร้านก๋วยเตี๋ยวสมัยก่อน ข้างในมีห้องติดแอร์ด้วยนะ กินหม้อไฟได้แบบสบาย ร้านจะอยู่ทางผ่านสันทรายพอดี ติดข้างทางแวะทานได้ง่าย แนะนำให้แวะไปลองกันจ้า  พิกัด: อยู่ระหว่างแยกมีโชคกับแยกลิขิตวัน อยู่ติดกับชาบูรุ่งเรืองสาขาสันทราย เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน 10:00 – 20:00 น. โทร: 098-656-8092 Facebook: […]

Arr

September 12, 2022