บันทึกบ้านโป่งขาวกับเพื่อนชาวอุทัยธานี

วันนี้ผมได้มีโอกาสไปฝึกงานที่หมู่บ้านโป่งขาว อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่ กับเพื่อนผมที่มาจากอุทัยฯ เราไปที่หมู่บ้านเป็นเวลา 3 วัน 2 คืน และหลักๆคือการไปช่วยเขาเกี่ยวข้าวและงานต่างๆที่นั่นนะครับ


DAY 1 จากเชียงใหม่ไปยังบ้านโป่งขาว (19/11/20)

วันนี้ผมตื่นแต่เช้าเพื่อเตรียตัวเเละทำทุกอย่างให้เรียบร้อย(วันนี้ตื่นเต้นแปลกๆ สงสัยน่าจะอยากเจอเพื่อนแน่ๆเลยล่ะครับ) วันนี้เพื่อนผมได้มารับผมที่บ้าน ประมาณ 7AM เราได้ออกไปกินข้าวเช้าแถวๆแม่ริมและไปซื้อเสบียงกันที่ makro กัน ก่อนที่จะออกเดินทางไปยังบ้านโป่งขาว วันนี้มี ผม เพื่อนผม พ่อแม่เพื่อนผม และ น้าของเพื่อนผม (หรือเปล่านะ?) ถ้าผิดขอโทษด้วยนะครับ วันนี้เราเดินทางมาทางถนนเส้นไปปาย ระหว่างทางเราก็คุยกันไปมาบนรถ ถึงเรื่องต่างๆ ว่าแบบ เป็นไงบ้างครับที่ผ่านมาเป็นไงบ้างครับประมาณนี้ครับ (จริงๆก็คุยไปเรื่อยนั่นแหละครับผม) 

ผมดีใจที่ได้เจอทุกคนที่มา เราได้เเวะพักกันที่ร้านกาแฟแม่มดกัน ก่อนที่จะออกเดินทางกันต่อ ระหว่างทางมีเมารถนิดหน่อยแต่ก็ไม่เป็นไรครับ ได้คุยกันในรถก็สนุกมากเลยล่ะครับ

ภาพตอนที่เราจอดพักที่ร้านกาแฟแม่มดครับผม (ใครถ่ายผมไว้เนี่ย?)

 เมื่อไปถึงบ้านโป่งขาว ที่นั่นเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ของชาวปกากะญอ  ผมดีใจที่ได้ไปเลยเพราะไม่ค่อยได้เห็นอะไรแบบนี้มากในเมืองเชียงใหม่มากเท่าไหร่ครับ เราได้ช่วยกันขนของที่จะเอาไปให้ชาวบ้านในวันสุดท้ายกันก่อน และถึงจะได้พัก ก่อนที่จะไปลุยกันต่อครับ

ลำธารเล็กๆในหมู่บ้านครับผม

 เราได้เดินทางไปที่นา (แต่เขาเกี่ยวเสร็จเเล้ว) เราเลยได้ไปช่วยเขาฟาดข้าวกันแทนครับ ระหว่างทางที่เราไปนาผมเห็นว่าที่นี่มีน้องหมาเยอะมาก และ น่ารักมาก เราเดินเท้าไปในรอบแรกซึ้งก็ใช้เวลาอยู่กว่าจะไปถึง แต่มันสนุกดีครับ

น้องๆ น่ารักกันมากๆเลยล่ะครับ น่าเก็บไปเลี้ยงนะครับเนี่ย ^^
อันนี้เป็นภาพทางเดินไปยังนาครับผม (ไกลๆขอบอกไว้ก่อนเลยครับ)

 เมื่อเราไปถึง เราเลยไปช่วยฟาดข้าวและขนข้าวขึ้นรถ มีอุบัติเหตุนิดหน่อยแต่ก็ผ่านมาได้ด้วยดีครับ ผมได้ไปเจออะไรใหม่ๆเยอะเลย ในการฟาดข้าวช่วงแรกๆผมทำอะไรไม่ถูกเลยล่ะครับ แต่พอทำไปทำมาชักจะสนุกเเล้วสิ จากนั้นก็ต้องช่วยขนข้าวไปวางไว้ด้วยกัน (รู้สึกผิดเลยที่ผมเเรงน้อย) แต่ก็ค่อยๆเป็นค่อยๆไปครับผม แต่ก็เหนื่อยและคันเหมือนกันครับ ผมถือว่าเป็นมันคือ บททดสอบ ตัวผมเองด้วยครับผม เป็นการทำงานและวันแรกที่ดีเลยล่ะครับ

ใครน้า ใช่แล้วภาพผมฟาดข้าวอยู่ครับ ใครเป็นคนแอบถ่ายเนี่ย?

 พอเริ่มตกเย็นเราก็เดินทางไปกับรถขนข้าว+ฟาง (มั้งนะไม่แน่ใจครับ) ไปยังที่พัก เรามีต้องเดินต่ออีกนิดหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเลยครับ เมื่อถึงที่พักแล้วทุกคนก็ช่วยกันขนของที่เหลือกันและเริ่มทำอาหารเย็นกันครับ

ภาพนาที่บ้านโปงขาวครับผม (เขาเกี่ยวกันเสร็จแล้วอ่ะ เสียดายเลยอดเกี่ยวข้าวเลยครับ)

ผมเพิ่มรู้เลยว่าบนดอยไม่มียุงสักตัวเลย เพราะอากาศน่าจะเย็น ซึ่งอากาศตอนกลางคืนถึงเช้าก็เย็นจริงๆด้วย เมื่อขนของกันเสร็จผมจึงรีบไปช่วยกางเต้นท์กันครับ หลังจากที่ผมทำทุกอย่างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็เป็นเวลาที่จะได้จดบันทึกและพักพ่อนแล้วล่ะครับ สักพักอาหารเย็นก็ได้ที่แล้ว ก็ถึงเวลาแล้วที่จะได้กินข้าวเย็นกันครับผม

ภาพตอนที่เราเดินกลับที่พักกันครับผม อ่าอันนี้ผมรู้ใครถ่าย อิๆ

 หลังจากที่เรากินข้าวเสร็จ ผมก็มีหน้าที่ต้องล้างจานและอุปกรณ์ในการทำอาหารกับเพื่อนผม ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใดเลย ผมว่าผมชินกับการทำหน้าที่เหล่านี้ไปแล้วแน่ๆเลย หลังจากนั้นผมก็ได้มีเวลามานั่งคุยกันกับคนที่ไปด้วยและคนปกากะญอ เรานั้งคุยกันที่รอบกองไฟ ไม่รู้นะแต่คุยแล้วสนุกดีนะครับ และไม่ดึกมากนักเราก็แยกย้ายเข้านอนกันครับ

ภาพเตาทำอาหารของคนปกากะญอครับ จริงๆก็เป็นกองไฟได้เลยล่ะครับ

DAY 2 วันแห่ง บทเรียน และ เพื่อน (20/11/20)

วันนี้ผมตื่นประมาณ6โมงเช้าครับ (น่าจะเพราะตื่นเต้นแน่ๆเลย) ซึ่งอากาศก็เย็นจริงๆด้วย (เย็นมากกกกกก) เราก็กินข้าวเช้ากัน ก่อนที่จะออกเดินไปยังนาอีกครั้ง เช้านี้เป็นอาหารง่ายๆ และอากาศก็เย็นเอามากๆเลย ในตอนเช้านะครับหลังจากที่เรากินข้าวกันเสร็จก็ได้เวลาแล้วที่จะออกเดินทางกันละครับผม

ภาพอาหารเช้าที่แสนอร่อยครับผม (มันอร่อยจริงๆนะ ไม่ได้อวยหรืออะไรเลยครับ)

เมื่อไปถึงนาเราก็ไปยังศาลาเล็กๆและอยู่ที่นั่นกัน ผมได้ไปนั่งวาดรูปที่นั่นและฟังผู้ใหญ่คุยกัน ส่วนเพื่อนผมก็ออกไปถ่ายรูปที่นา ผมเห็นอยู่ไกลๆ น่าจะดูตั้งใจมากๆเลยล่ะครับ 

 พอถึงตอนเที่ยงเราก็กินข้าวกัน (เป็นเมื้อที่อร่อยเลยล่ะครับ) ผมเพิ่งรู้ว่าผมชอบเวลาที่ได้กินข้าวกับเพื่อนและคนแปลกหน้าโดยที่ไม่รู้ตัวเลย (แต่จริงๆแล้วชอบทำอะไรคนเดียวครับ) ผมมีความสุขมากเลยที่ได้มาในครั้งนี้และหวังว่าจะมีโอกาศแบบนี้อีกมากเลยล่ะครับ >< 

เป็นแก้วนำ้ที่ สุดยอดเลยครับคนที่ทำมันขึ้นมาได้

หลังจากที่เรากินข้าวเที่ยงกันเสร็จเราก็จะเดินทางไปยังสวนของน้ากุ๊กไก่กัน เมื่อเราไปถึงเราต้องเดินเข้าไปในป่าต่ออีกนิดหน่อยถึงจะไปถึงสวนด้านใน เมื่อเราเดินทางไปสักพักผมรู้สึกว่ามัน

เป็นสวนที่ต้องผ่านหลายอย่างมากเลยครับ ขึ้นเขาลงนำ้แต่ก็สนุกมากเลยครับ มันทำให้เข้าใจว่ากว่าจะไปหรือทำอะไรก็ต้องผ่านอุปสรรคมากมาย มีเจ็บนิดหน่อยครับแต่สนุกดี เมื่อเราเข้าไปเเล้ว เป็นที่ที่อากาศดีมาก มีลมเย็นๆพัดมาเป็นบางที เราเดินไปและกลับ แค่นี้ไม่รู้ทำไมแต่ผมรู้สึกว่าเราเดินเยอะมากเลยล่ะครับ ผมว่ามันคุ้มค่ามากเลยครับที่ได้มาสวนนี้

ภาพสวนที่เราไปครับผม
ภาพสวนเหมือนกันครับผม แต่อันนี้เราเข้ามาลึกเเล้วครับผม

ก่อนที่จะไปยัง วัดป่าต้นน้ำ บ้านห้วยฮ่าง และที่นั่นมีบ่อปลาด้วย (ใหญ่มากกกกกก) โดยส่วนตัวผมเป็นคนไม่ชอบจับปลามากนักผมเลยกลัวๆที่จะไปให้อาหาร แต่หลังจากที่ได้คุยและได้คำแนะนำจากเพื่อนและเเม่ของเพื่อน ผมก็เริ่มที่อยากจะจับปลาซะแล้วสิ  โดนตัวปลาหนึ่งที ก็กลัวนิดหน่อยแต่ก็รู้สึกดีแปลกๆแหะ ผมบอกกับตัวเองว่า ฉันเอาชนะความกลัวนี้ได้แล้วล่ะ ผมดีใจมากเลยครัผม 

หลังจากนั้นเราก็ไปยังร้านของ พ๊ะตี ทองดี ตุ๊โพ (พ๊ะตีแปลว่าลุงในภาษาปกากะญอ) แกได้เล่นดนตรีและพูดถึงเรื่องไร่หมุนเวียนและอื่นๆอีกมากมาย ผมไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ผมจะกลับไปหาแกอีกแน่ๆ แกตอบหลายอย่างที่ผมแอบสงสัยในใจไว้ได้ด้วย ไว้มีโอกาศอีกผมก็อยากไปหาแกมากเลย

 พอออกมาจากร้อนก็มืดซะแล้ว เราเลยนั่งรถกลับไปยังที่พักและไปกินข้าวเย็นที่บ้านน้ากุ๊กไก่กัน อาหารเย็นนี้เป็นอาหารพื้นบ้านของคนที่นี่ซึ่งอร่อยมากๆขอบอกว่ามากๆ เพราะไม่เคยกินมากก่อนเลย และจากนั้นเราก็ไปยังที่พักกัน วันนี้เป็นคืนสุดท้ายผมเลยเล่นไวโอลินให้ทุกคนได้ฟัง  

และได้เล่นบอร์ดเกม D&D กับเพื่อนและน้าของเพื่อน รู้สึกดีที่ได้เป็น DM ถึงจะล้มๆแล้งๆไปหน่อยแต่ก็สนุกมากเลยละครับ  เมื่อเล่นเสร็จเราก็เเยกย้ายกันเข้านอนครับผม ><


DAY 3 วันสุดท้าย และ ขอบคุณมากเลยนะครับ >< (21/11/20)

 วันนี้ผมตื่นมาตั้งแต่ตี5เพื่อมาเก็บของ ของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนที่จะออกไปช่วยคนอื่นๆ เช้านี้เราได้ไปเดินให้ของกับคนในหมู่บ้านกัน (คนในหมู่บ้านใจดีทุกคนเลยครับ) สนุกมากเลยครับ 

ภาพบ้านที่พวกเราได้ไปให้ข้าวของกับชาวบ้านครับผม จริงๆให้มากกว่า1หลังนะครับ

และจากนั้นเราก็มากินข้าวเช้ากัน วันนี้เขาขอให้ผมพาสวดก่อนกินข้าว (ผมเป็นคริสต์ครับ) ส่วนตัวผมแล้วจริงๆผมว่าไม่ว่าจะศาสนาอะไรก็คล้ายๆกันครับ (อย่า Bully ผมกันนะครับ) บรรยกาศช่วงเช้าไม่ได้แย่อะไรเลย ผมชอบมากเลยตอนที่กินข้าวด้วยกัน มันทำให้ผมได้อยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า มากกว่าที่จะต้องไปคิดเรื่องอื่นๆ(ส่วนตัวแล้วเป็นคยชอบคิดเยอะไม่รู้ทำไมนะครับ) และอากาศก็เย็นเหมือนเดิมเลยครับ 

สภาพที่พักของพวกเราครับผม เป็นอย่างเห็นเลยครับ มันเป็นอะไรที่สุดยอดไปเลครับ

หลังจากที่เราทำทุกอย่างเรียบร้อยเเล้ว(รวมถึงเก็บของเเละเก็บเต้นท์ด้วยครับ) เราก็ช่วยกันขนของขึ้นรถกันกับไปบอกล่าคนที่บ้านโป่งขาวและเดินทางกลับเชียงใหม่กัน(ผมกลับเชียงใหม่ส่วนคนที่เหลือกลับอุทัยฯกันครับผม) วันนี้เราเดินทางกลับมาทางถนนเส้นสะเมิง และลัดเข้าแม่ริมเพื่อไปกินข้าวเที่ยงและไปส่งผม เรากินข้าวเที่ยงกันที่ร้านเล็กๆแถวๆบ้านผมกัน และจากนั้นก็เป็นเวลาที่ต้องเเยกย้ายกัน ผมได้ขอบคุณทุกคนที่ได้มาส่งและดูแลผมตลอดการเดินทางนี้ทุกคนเลยครับ และขอให้เพื่อนและทุกคนผมโชคดีด้วยนะครับ จบ><

ขอบคุณมากเลยนะครับที่เข้ามาอ่านครับ นี่เป็นอีกตอนแล้วที่ผมได้เขีบยเกี่ยวกับการฝึกงานและเพื่อนคนอุทัยธานี ก็ผมสัญญาว่าจะเขียนให้ดีกว่าเดิมและจะเขียนต่อไปนะครับ ขอให้ทุกคนโชคดีนะครับ

(ขอขอบคุณภาพจากเพื่อนผม และคนที่ถ่ายให้นะครับ >< )

เป็นภาพหมู่ในวันเเรกที่ถ่ายโดยน้าของเพื่อนผมเองครับ ขอบคุณทุกคนเลยนะครับ

(ถึงคนที่ไปด้วย) (ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลยนะครับผม ไว้มีโอกาศแบบนี้อีกอย่าลืมชวนผมด้วยนะครับ ขอบคุณมากเลยครับ ไว้ช่วงปิดเทอมหน้าร้อนถ้ามีโอกาสจะลงไปฝึกงานอีกรอบนะครับ) จบจริงๆละครับ ขอใ้ห้ทุกคนโชคดีนะครับ ^^

ฝากอุดหนุนน้ำพริกแคบหมู แม่แม่ทำ ของแม่ผมด้วยนะครับ

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email