เที่ยวเชียงใหม่ อย่างไรให้ “ถึง”

เคยได้ยินมั้ยว่า เวลาจะไปเที่ยวไหนซักแห่ง เราต้องไปสถานที่ที่ชาวบ้านเข้าไปเที่ยวกัน หรือต้องไปกินอาหารพื้นเมืองที่นั้น หรือต้องไปทำอะไรซักอย่างแถวนั้น เพื่อเป็นการบ่งบอกชาวบ้านว่า โผ๊มมาถึงแล้วที่นี้แล้วนะโว้ย เหมือนเวลาเราไปเสม็ดก็ต้องไปถ่ายรูปคู่กับพระอภัยมณี ไปโคราชก็ต้องไหว้แม่ย่าโม ไปอุดรก็ต้องไปเที่ยวบ้านเชียง ไปหนองคายก็ต้องไปดูบั้งไฟพญานาค เพราะหากคุณไม่ทำตามข้อกำหนดดังกล่าว เดี๋ยวเขาจะหาว่าคุณมาไม่ถึงที่ เอาล่ะที่นี้ มาดูว่าที่เชียงใหม่มีอะไรบางที่คุณจะต้องไป ไปทำเพื่อบ่งบอกตัวเองว่า มาถึงเชียงใหม่แบบจริงๆ แล้ว 1.สวนสัตว์ มากันทั้งที่ไม่มาดูหมีแพนด้าที่นี้ เดี๋ยวจะถูกตราหน้าหาว่าเชยนะครับ ก็แหม มันมีให้ดูที่เดียวในไทย แถมในสวนสัตว์ยังมีซูอควาเรียมที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย 2.นางพญาเสือโคร่ง คุณกล้าละสายตาไปจากพวกมันเชียวเหรอ? ซากุระเมืองไทยที่มีให้ดูในเชียงใหม่เยอะที่สุดจากหลายพื้นที่ อ่างขางเอย ขุนช้างเคี่ยนเอย ไม่ไปชม ไม่ได้แล้วงานนี้ 3.อาหารพื้นเมือง พวกเกิดมาเพื่อกินหรือไม่ได้เกิดมาเพื่อกิน อาหารที่คุณต้องซัดให้เรียบเพื่อบ่งบอกว่ามาเชียงใหม่ ก็มีกันไปตั้งแต่ ข้าวซอย แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว ขนมจีนน้ำเงี้ยว ส้า หลู้ และอีกๆบลา บลา บลา เยอะแยะ 4.พระธาตุดอยสุเทพ ใครมาแล้วบังอาจไม่ไปกราบไหว้องค์พระธาตุดอยสุเทพ ถือว่าคุณพลาดอย่างแรงเลยล่ะ 5.ดอยอินทนนท์ ยอดเขาสูงสุดในแดนสยามเมืองยิ้ม (เป็นบางครั้ง) คุณต้องถ่อไปถึงให้ได้ ไปเพื่อไปยืนยิ้มหร่าหน้าป้าย “สูงสุดในแดนสยาม” […]

reviewchiangmai

reviewchiangmai

February 4, 2013

มาเชียงใหม่แล้วต้องไปไหว้ พระธาตุดอยสุเทพ

จะมาเที่ยวเชียงใหม่ หากไม่ได้กินข้าวซอย  ไส้อั่ว น้ำพริกหนุ่ม แคบหมู ดูแม่คนิ้งบนดอย หลอยไปถนนคนเดิน เพลิดเพลินสวนสัตว์ เค้าบอกว่ามาไม่ถึง และจะมาไม่ถึงมาก หากไม่ได้มากราบไหว้สักการะพระธาตุดอยสุเทพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่มีความสำคัญมากของชาวเชียงใหม่ทุกหมู่เหล่า พระธาตุดอยสุเทพ ตั้งอยู่บนยอดดอยสุเทพ  มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงเชียงแสน ฐานสูงย่อมุมระฆังทรงแปดเหลี่ยมปิดด้วยทองจังโก 2 ชั้น วัดถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1929 ในสมัยพญากือนา แห่งอาณาจักรล้านนา ราชวงศ์เม็งราย ตอนนั้นพระองค์ทรงอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุองค์ใหญ่ ที่ได้ทรงเก็บไว้สักการะบูชาส่วนพระองค์ถึง 13 ปีด้วยกัน  มาบรรจุไว้ที่นี่ ด้วยการทรงอธิษฐานเสี่ยงช้างมงคลเพื่อเสี่ยงทายสถานที่ประดิษฐาน พอช้างมงคลเดินมาถึงยอดดอยสุเทพ ก็ร้อง สามครั้ง พร้อมกับทำทักษิณาวัตรสามรอบ ก่อนจะล้มลง พระองค์จึงโปรดเกล้าฯให้ขุดดินลึก 8 ศอก กว้าง 6 วา 3 ศอก หาแท่นหินใหญ่ 6 แท่น มาวางเป็นรูปหีบใหญ่ในหลุม แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุลงประดิษฐานไว้ จากนั้นถมด้วยหิน แล้วก่อพระเจดีย์สูง 5 วา ครอบบนนั้น ด้วยเหตุนี้เวลาที่ใครไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพ จึงถูกห้ามสวมรองเท้าใน […]

reviewchiangmai

reviewchiangmai

December 19, 2012

สัมผัสวิถีชีวิตชาวม้งกับ “พิพิธภัณฑ์ชาวเขาบ้านดอยปุย” (ปิดแล้ว)

เลยถัดไปจากพระธาตุดอยสุเทพกับพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ สถานที่หนึ่งที่น่าสนใจ มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนกันไปเสมอคือ “พิพิธภัณฑ์ชาวเขาบ้านแม้วดอยปุย” หลายวันก่อนผมถ่อสังขารตัวเองมาตะลุยบ้านดอยปุยในช่วงเย็น ซึ่งถือว่าอากาศกำลังดี แดดอ่อนๆร่ำไร ระหว่างทางไปบ้านดอยปุยสังเกตเห็นหญ้าแฝกที่ปลูกใหม่ไว้ริมถนน ตรงที่ลาดชันสองข้างทาง เพื่อช่วยลดความรุนแรงของการชะล้างพังทลายของดิน มีสลับไปกับต้นสนสามยอดที่ขึ้นเรียงราย มองแลดูไกลๆ มีกลิ่นไอเสน่ห์เหมือนป่าเมืองนอก ก้าวแรกที่เดินเข้าไปสัมผัสในหมู่บ้าน สิ่งที่คุณจะเจอคือ บรรดาร้านค้าต่างๆของชาวม้งที่นำของหัตถกรรมพื้นเมืองมาขาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า ของประดับ ของที่ระลึก เดินถัดเขาไปในซักหน่อยจะมีสวนน้ำตกดอยปุยให้ได้ชม ก่อนจะพบความมันส์ในแบบลูกชายที่คาดว่าหาได้อยาก ความมันส์ที่ว่าคือการยิงหน้าไม้ทดลองความแม่น 10 บาท ยิงได้ 3 ครั้ง ผมจัดการอย่างไม่มีรีรอ ก่อนจะพบว่ามันเป็นอะไรที่ยิงได้ “เร็ว แรง ” มาก ความแม่นยำของหน้าไม้ก็ยอดเยี่ยม ลุงที่ให้บริการแกยังบอกว่า ถ้าสนใจอยากได้ก็มีขายให้ ส่วนความสงบและสบายใจในสวนน้ำตกดอยปุยที่ผมได้สัมผัสคือ อากาศที่แสนจะบริสุทธิ์ ได้เจอเด็กๆชาวเขาพากันกระโดดลงเล่นน้ำ เสียงคุยกันเจี๊ยวจ๊าว แม้จะฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็สัมผัสได้ว่าพวกเขามีความสุข ความสุขที่หาได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องไปเล่นเกมส์ เที่ยวตามห้างเหมือนเด็กในเมือง แค่กระโดดลงเล่นน้ำหยอกล้อวิ่งไล่กัน มันก็หรรษาได้แล้ว พอแว่บจากสวนน้ำตกดอยปุย ที่พลาดไม่ได้และต้องแวะคือพิพิธภัณฑ์ชาวเขาบ้านแม้วดอยปุย และต้องขอเท้าความกันก่อนซักนิด ว่าต้นกำเนิดของพิพิธภัณฑ์ชาวเขาบ้านดอยแม้วปุยแห่งนี้มีขึ้นในปี 2527 โดยคุณยิ่งยศ หวังวนวัฒน์ พ่อหลวงบ้านดอยปุยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการก่อตั้ง […]

reviewchiangmai

reviewchiangmai

November 4, 2012