สงคราม

แน่นอนว่า เมื่อเราได้ยินคำนี้ 

มันมักจะเป็นอะไรที่ไม่ค่อยดีเลยว่าไหม?

นั่นมันเป็นเพียงพฤติกรรมความรุนแรง 

ที่อาจเกิดจากสันดานดิบ ที่โหยหา และกระหายในประโยชน์ หรืออำนาจการคลองตนที่หนึ่งเพื่อประกาศศักดาให้เป็นที่ประจักษ์เท่านั้น เพราะความอดอยากปากแห้งของคนหมู่มาก อาจเป็นเพียงแค่ฉากหน้า ที่ทำให้ใครบางคนสามารถนำมาใช้เป็นคำกล่าวอ้าง เพื่อความรุ่งโรจน์ในอะไรบางอย่างก็เป็นได้

โอเคสงครามที่เรากำลังจะมาพูดถึงกัน

นั้นไม่ได้หมายถึงการรบราฆ่าฟัน หรือสาดกระสุนใส่กันแต่อย่างใด

แต่เรากำลังพูดถึงน้ำลายที่พ่นออกมาจากจิตใจอันคับแคบ และมุมมองที่ปิดกั้นจากโลกภายนอกที่กำลังหมุนไป

“สงครามที่ไม่มีวันจบนั้น คือสงครามของคนที่มีความสุขอยู่กับอดีต กับคนที่หวังว่าจะมีความสุขในอนาคต”

ไม่ว่าจะอายุอานามเท่าไหร่ เป็นคน Gen ไหน นั้นไม่สำคัญ ขอแค่เริ่มที่ตัวคุณนั้นยอมเปิดใจและรับฟัง เพื่อให้บทสนทนานั้นกลมกล่อม และเต็มเปี่ยมไปด้วยสาระสำคัญที่ต่างคนต่างหยิบยกแล้วนำมาแลกเปลี่ยนกันด้วยความจริงใจอย่าได้ถือโทษโกรธกัน

เพราะแม้แต่สถาบันแรกเกิดที่เราอยู่ในนั้น อย่างครอบครัวก็เช่นกัน หรือสถาบันการศึกษาทุกรูปแบบที่เราได้ก้าวเข้ามาเพื่อตักตวงและเกี่ยวประสบการณ์

ครอบครัว สามารถเกิดสงครามได้

โรงเรียน สามารถเกิดสงครามได้

มหาลัย สามารถเกิดสงครามได้

หรือแม้แต่มหาลัยชีวิต

ก็ยังเกิดสงครามได้

นั่นแหละฮะเพื่อนมนุษย์

เพราะสงครามรูปแบบนี้มันเกิดขึ้นตลาดเวลา ในทุกหย่อมหญ้า กับเส้นทางที่เราต่างเลือกเดิน และเคยผ่านมา

“สงครามในชีวิตประจำวัน”

ในทางปรัชญาเชิงประโยชน์นิยม

มันจะมีใจความที่บอกประมาณว่า “ความสุขจะเป็นตัวตัดสินว่า อะไรดี ไม่ดี ควร หรือไม่ควร”

หากมองในมุมกลับกันแล้วนั้น

สิ่งที่ดี ควรหรือไม่ควรทำ ต้นแบบของมันต้องมาจากการรับรู้ และเข้าใจ 

กับการรับฟังและเปิดใจ

อาจเป็นตัวการสำคัญในการสร้างความสุขร่วมกันกับเพื่อนร่วมโลกใช่หรือไม่?

สงครามในชีวิตประจำวันจะทุเลาลงได้

ก็ต้องมีวิธีการ เพื่อหาทางออกด้วยรูปแบบประมาณนี้ ใช่หรือเปล่า

ด้วยความปรารถนาดี

จาก เพื่อนมนุษย์ท่านหนึ่ง

ถึง เพื่อนมนุษย์ท่านอื่น

Share this post

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
Share on pinterest
Share on print
Share on email