คิดถึง ดอกนางพญาเสือโคร่ง ซากุระเมืองไทย (ตอน 2)

ดอกนางพญาเสือโคร่ง วันนี้เรามาต่อกันจากทริปที่แล้วนะคะ ทริปที่แล้ว เราเดินทางไปที่ “ขุนช่างเคี่ยน” เพื่อชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่เค้าล่ำลือกันนักหนาว่า นี่คือ “ซากุระเมืองไทย” แต่เราไปแบบไม่ได้เช็คข้อมูล ( เป็นอย่างนี้ตลอด ^^! ) แค่รู้ว่า ดอกนางพญาเสือโคร่งจะบานช่วง ธันวาคม – มกราคม พอปลายเดือนธันวา เราก็ขี่รถดุ่มๆ ไปยังถิ่นที่นักท่องเที่ยวแห่ไปกัน ปรากฏว่า พอไปถึง นางกำลังเริ่มบาน ก็เลยได้เห็นแต่ภาพต้นไม้ที่เริ่มผลัดใบ และ มีดอกเล็กๆ สีชมพูแซมเล็กน้อย ( ดอกที่บานแล้วยังไม่ค่อยเห็นเลยด้วยซ้ำ T^T ) พอจบทริปนี้ แอบเสียดายนิดๆ เพราะยังไม่เห็นสิ่งที่คาดหวังไว้ คือ ซากุระเมืองไทยบานเต็มต้น เราเลยตัดสินใจว่า ทริปหน้า เราต้องมาดู ซากุระบานเต็มต้นให้ได้ ซึ่งจริงๆ แล้ว เราควรจะเดินทางในช่วงเดือน มกราคม แต่ก็ติดนั่น นู่น นี่ ทริปก็เลื่อนออกไปจนถึงช่วง กุมภาพันธ์ เราถึงจะได้ฤกษ์ ออกเดินทางตามรอย ซากุระเมืองไทย กันอีกครั้ง เช็คข้อมูลกันอีกที ก็พอจะรู้ว่ายังมี “ซากุระ” บานอยู่ แต่คราวนี้ เราเปลี่ยนจุดหมายไปที่ “ขุนแม่ยะ” และทริปนี้ เราก็คาดหวังว่า จะได้ชม “นางพญาเสือโคร่ง” แบบอิ่มหนำ ทริปนี้ เราเดินทางในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ ออกจากเชียงใหม่ประมาณ 9.00 น.กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราก็เลยเริ่มต้นการเดินทางจากร้านกาแฟข้างทางเหมือนเดิม อิอิ

Mocha เย็น กะ หนมปังปิ้ง รองท้องก่อนออกเดินทาง ^^

เมื่อเติมพลังเรียบร้อย เราก็ออกเดินทางไปตามเส้นทางสาย แม่มาลัย – ปาย ผ่านอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง ไปอีกประมาณ 1 กม. จะเจอกับด่านตรวจแม่ยะ สังเกตทางซ้ายมือ จะมีถนนดินลูกลังแยกออกมา ให้เลี้ยวไปตามถนนดินเลย ลุยๆๆๆๆๆ

ปากทางเข้า หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ หนทางนี้อีกยาวไกล ^^!

พอใกล้ๆ ถึงหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ ทางจะเริ่มชัน และลำบากขึ้นนิดหน่อยเพราะมีหินทั้งก้อนเล็ก ก้อนใหญ่อยู่เต็มไปหมด ทำให้ทางเริ่มขรุขระ ไม่เหมือนช่วงต้นทางที่เป็นทางดินเรียบๆ ใครที่เดินทางโดยรถมอเตอร์ไซค์ควรเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นนะคะ แต่ถ้าเอา 4 WD มา ก็ขอเชิญลุยได้ตามสบาย

ใกล้ถึงแล้ว สังเกตได้จากเริ่มเห็นต้นนางพญาเสือโคร่งปลูกเป็นแนวตามสองข้างทาง

 
เมื่อเราผ่านทางวิบากมาได้ ก็จะพบกับสวรรค์บนดินที่รอคอย ต้นนางพญาเสือโคร่ง กำลังผลิดอกอวดโฉมให้เราได้ชื่นชม และเก็บภาพสวยๆ กันแล้ว


ดอกนางพญาเสือโคร่ง

เจอเป้าหมายแล้ว ว้าวๆๆๆๆๆๆๆ

  ช่วงที่เรามา ดอกนางพญาเสือโคร่ง เริ่มที่จะโรยไปบ้างแล้ว (เสียดายที่ไม่ได้มาช่วงมกราคม ไม่งั้นคงได้เห็นเป็นสีชมพูทั้งต้น T^T) แต่ทริปนี้ เราก็ยังมีโอกาสได้ยลโฉม “นางพญา” สีชมพูได้มากกว่าทริปก่อน ที่แทบจะไม่มีดอกบานให้เห็นเลย แถมที่ขุนแม่ยะ บรรยากาศยังดีมากๆ อารมณ์เหมือนอยู่ในหนังเกาหลีเลยอะ อิอิ

ดอกนางพญาเสือโคร่ง
ถ้ามาช่วงมกราคม คงเห็นเป็นสีชมพูทั้งแถบแน่ๆ เลย ><
ดอกนางพญาเสือโคร่ง
ดอกนางพญาเสือโคร่ง
ดอกนางพญาเสือโคร่ง

เหมือนฉากในหนังเกาหลีเลย ^^ ขอนีสสสสสนึง ^^  

ดอกนางพญาเสือโคร่ง
นางพญาเสือโคร่งแบบชัดๆ เหมือนซากุระมั๊ยคะ

ที่หน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะนี้ จะเป็นลานโล่งๆ มีต้นนางพญาเสือโคร่งปลูกอยู่ทั่วลาน ไม่มีที่พัก แต่สามารถกางเต้นท์ได้ ถ้ามาช่วงหน้าหนาว บรรยากาศดีมากๆ เลยค่ะ ถึงแม้จะไม่ได้มาในช่วงที่ดอกนางพญาเสือโคร่งบาน เราก็ยังสามารถชื่นชมกับบรรยากาศท่ามกลางป่าเขาได้ ใครอยากท่องเที่ยวแบบ out door แต่เบื่อสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ที่มีคนพลุกพล่าน ยิ่งไปช่วง High Season เหมือนหลุดเข้าไปในแหล่งชุมชน หรือ ลานจอดรถยังไงอย่างงั้น ก็ลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวที่นี่ดูนะคะ การเดินทางก็ไม่ลำบากมาก ถึงแม้ทางเข้าจะเป็นดินลูกลัง แต่ก็สามารถเอารถยนต์ส่วนตัวมาได้ แถมยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยังบริสุทธิ์ ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวรู้จักมากนัก เหมาะสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศแบบสงบ และเป็นส่วนตัวมากๆ เลยค่ะ

ดอกนางพญาเสือโคร่ง
ลานนี้ถ้าเดินขึ้นไปอีกหน่อยจะสามารถมองเห็นภูเขาลูกอื่นๆ ได้ทั้งทิวเลยน๊า…..^^

เมื่อเก็บภาพจนเต็มที่แล้ว ก็ได้เวลาออกจากหน่วยจัดการต้นน้ำขุนแม่ยะ แต่พอมาดูน้ำมันของเจ้า D-Tracker 250 แล้ว โอ๊ะ !!!! น้ำมันรถใกล้หมดแล้วนี่นา วิ่งได้อีกประมาณ 30 กม. ตอนนี้เวลาประมาณ บ่าย 2 กว่าๆ เอายังไงดีน๊า………….


มีทางเลือกอยู่ 2 ทาง
1. เลี้ยวขวา กลับเชียงใหม่ แล้วก็จบทริปแต่เพียงเท่านี้
2. เลี้ยวซ้าย ไปเติมน้ำมันที่ ” ปาย ” ^^ 
…………….คิดว่าเราจะเลือกทางไหนล่ะ…………….
คนขี่เค้าบอกว่า ถ้ากลับเชียงใหม่ จากที่ขี่มา ยังไม่เห็นปั๊มน้ำมันในระยะ 30 กม. ก่อนถึงหน่วยจัดการต้นน้ำเลย ( ไม่รู้จริงรึเปล่า เพราะตอนเราซ้อนท้ายมา ก็ไม่ได้สังเกตซะด้วยแฮะ – -! ) แต่ถ้าไป ปาย ก็ใช้ระยะทางประมาณ 30 กม. พอดีเลยนะ เราไปเติมน้ำมันที่ปายกันดีกว่า……….. เอ๊า!!!!! ว่ายังไง ก็ว่าตามกัน สรุป เราก็เลยออกจากสถานีต้นน้ำขุนแม่ยะ แล้วเลี้ยวซ้ายเพื่อที่จะไปเติมน้ำมันที่ปาย เพราะกลัวกลับไม่ถึงเชียงใหม่ ( เค้าว่ามาอย่างงั้น ^^! )

ดอกนางพญาเสือโคร่ง
^^ ไปเติมน้ำมันที่ปายกัน อีก 30 กม. เอง ^^
ดอกนางพญาเสือโคร่ง
ดอกนางพญาเสือโคร่ง

 พร้อมไปเที่ยวต่อ

ดอกนางพญาเสือโคร่ง
ดอกนางพญาเสือโคร่ง


ถึงปายแล้วคร่า……..

ดอกนางพญาเสือโคร่ง
เติมพลังก่อนกลับเชียงใหม่กัน 2 คน 3 ถ้วย หุหุหุ

  เติมพลังให้คนแล้ว รถก็เติมน้ำมันแล้ว ก็พร้อมจะเดินทางกลับเชียงใหม่แล้วค่า….อีก 135 กม. เอง สู้ตายค่ะ !!! ทริปนี้ เป็นอะไรที่ ” คุ้มมาก ” เพราะตอนแรก ตั้งใจแค่ว่า อยากเห็นดอกนางพญาเสือโคร่งที่บานแล้ว แต่มาคราวนี้ เราได้มากกว่าแค่มาดูดอกนางพญาเสือโคร่ง เพราะได้เลยมาเที่ยวไกลถึง ปาย ( แบบไม่ตั้งใจด้วย ^^ ) ต้องขอบคุณคนขี่ และ เจ้า D-Tracker 250 ที่สามารถพาเรามาไกลถึงขนาดนี้ และทำให้ทริปนี้สนุกสนานจนลืมเวลากลับบ้าน พอรู้ตัวอีกที เราก็ออกจากปายเกือบ 4 โมงกว่าๆ แล้ว แล้วจะกลับเชียงใหม่ทันตะวันตกดินมั๊ยเนี่ย……….. ^^!     review นี้ เป็นการเดินทางเพื่อชมดอกนางพญาเสือโคร่งของปีที่แล้ว ซึ่งเราพลาดโอกาสชมตอนที่ “นาง” บานอย่างเต็มที่
ทริปแรก เดินทาง ช่วง ปลายธันวาคม เป็นช่วงที่ดอกกำลังจะบาน เราก็เลยเห็นแต่กิ่งไม้สีน้ำตาล กับ ดอกสีชมพูกระจุ๋มกระจิ๋ม
ทริปที่ 2 เดินทาง ช่วง ต้นกุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่ดอกเริ่มบานและเริ่มโรยไปบ้างแล้ว เราก็เลยได้เห็นใบเขียวๆ แซมกับดอกสีชมพูที่เริ่มร่วงลงมาเต็มพื้น
เพราะฉนั้น ปีนี้ ก็เลยตั้งใจว่าจะต้องไปดูตอนที่ดอกบานเต็มต้นให้ได้ >< แต่ก็มีคนบอกว่า ปีนี้ ดอกนางพญาเสือโคร่งไม่ยอมบาน เพราะอากาศมันผิดปกติ แต่ก็แอบมีความหวังเล็กๆ เพราะได้ยินบางคนบอกว่า ตอนนี้ “นางบานแล้ว” แถมเอารูปมาอวดด้วย ถ้า “นาง” ยอมบานแล้วจริงๆ เร็วๆ นี้ เราคงได้เจอกันอีกนะคะ ถ้ายังไม่เบื่อที่จะติดตามการท่องเที่ยวของเราซะก่อน แล้วเจอกันในทริปต่อไปค่ะ ^^


ใครที่ชอบ เที่ยวเชียงใหม่ แล้วมีที่เที่ยวในเชียงใหม่ใหม่ ๆ อย่าลืม! เอามาแชร์กันน้า เดี๋ยวเราจะตามไปเที่ยว และที่สำคัญอย่าลืมติดตามที่เที่ยวอื่นๆ ของรีวิวเชียงใหม่ และเพจรีวิวเชียงใหม่กันด้วยนะคะ สำหรับวันนี้ขอม้า แฮ่! ขอลากันไปนะคะ บ๊ายๆๆ

Relate Posts :

รีวิวเชียงใหม่พาไปเที่ยวไกลถึงแม่ฮ่องสอน – ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคม ของทุกปี ดอกบัวตองบนดอยจะออกดอกเบ่งบานแจกความสดใสไปทั่วทั้งเนินเขาเลย บนดอยแม่อูคอเป็นจุดชมทุ่งดอกบัวตองที่ใหญ่ที่สุดในเมืองไทยเลยน้า ดอกบัวตองที่เห็นอยู่บนพื้นที่มากกว่า 500 ไร่ บนความสูงกว่า 1,600 เมตรเลยจ้า มีจุดชมวิวและศาลาชมวิวที่นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทุ่งดอกบัวตองได้รอบด้าน 360 องศา ฟินสุดๆ บรรยากาศช่วงนี้ดีมากๆ ปีนี้ไปมาแล้วคนไม่เยอะ มีเวลาถ่ายรูปยาวๆ ไม่ค่อยติดคนเท่าไรเลยจ้า ใครอยากได้รูปปังๆห้ามพลาดเลยน้า การเดินทางไป ทุ่งบัวตอง: ใช้เส้นทาง อ.ขุนยวม ตามเส้นทางหมายเลข 108 (แม่ฮ่องสอน – ขุนยวม) ก่อนถึงตัวอำเภอ ประมาณ 1 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายตามทางหลวงสาย 1263 เข้าสู่ทุ่งบัวตองอีก 26 กิโลเมตร ติดต่อสอบถามข้อมูลการเดินทางได้ที่ อำเภอขุนยวม โทร.0-5369-1108 สำนักงานเทศบาลตำบลขุนยวม โทร.0-5369-1019 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานแม่ฮ่องสอน โทร.0-5361-2982-3 Facebook: TAT Maehongson ปลายปีนี้ใครที่แพลนมาเที่ยวเชียงใหม่แล้วอยากไปเที่ยวจังหวัดใกล้เคียงลองแวะไปเที่ยวได้เน้อ ดอกจะบานเพียงไม่กี่อาทิตย์ […]

bigboss

November 10, 2021

สวนของฉัน MY GARDEN – สวนส้มเจ้าแรกของม่อนแจ่ม มันแจ่มมากกก

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineสวนของฉัน MY GARDEN – ม่อนแจ่ม เปิดให้เก็บส้มแล้วจ้าว มาพร้อมกับโซนใหม่ที่เห็นวิวภูเขากับสวนส้มได้กว้างกว่าเดิม!! นอกจากจะชวนกันไปนั่งใต้ต้นส้มรับลมเย็นๆ ฟีลเจ้าของสวนได้แล้ว ที่นี่ยังมีอาหาร เครื่องดื่มและของทานเล่นบริการมากมาย บอกเลยว่าน้ำส้มคั้นอร่อยมว๊ากกกก สำหรับใครที่ชอบแชะรูป เช็กอิน ทางสวนก็มีพร็อพเก๋ๆ ให้ยืมถ่ายรูปลงIG กันแบบฟรีๆ หรือจะเตรียมพร็อพของตัวเองไปก็ได้จ้า ที่สำคัญสวนจะเปิดให้เก็บส้มสดๆ ได้ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย. ไปจนกว่าส้มจะหมดสวนกันเลยทีเดียว บอกเลยว่าต้องห้ามพลาด!! เพราะส้มที่นี่หอมและหวานมาก และที่นี่เค้าไม่ได้มีดีแค่สวนส้มนะจ๊ะ แต่ยังมีแปลงไฮเดรนเยียที่ปลูกในโรงเรือนใหญ่มาก!! ออกดอกได้ทั้งปี เอาไว้ให้ไปถ่ายรูปเก๋ๆ ไม่ซ้ำใครแน่นอน เชียงใหม่เปิดเมืองแล้ว ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยว แอดอยากเชิญชวนให้ลองมาเที่ยว “สวนของฉัน MY GARDEN” ดูสักครั้ง แล้วจะรู้ว่าม่อนแจ่มไม่ได้มีแค่กระโจมที่พัก แต่ยังธรรมชาติให้เรามาสัมผัสและชื่นชมอีกเยอะมาก ค่าบริการเข้าชมสวน  ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 30 บาท (ส่วนสูง 100 ซม.-120ซม.) ระวังหลงทาง เดินทางมาจากตัวเมืองเชียงใหม่มาตาม GPS […]

uoodpoon

November 9, 2021

เที่ยวคาเฟ่ริมนา พักผ่อนสุดชิลล์ ที่บัวขาววิลเลจ อำเภอแม่แตง เชียงใหม่

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineเที่ยวไหนดี? วันนี้แอดจะพาไป เที่ยวคาเฟ่ริมนา และนั่งจีบชาอารมณ์ดี (ชากัญชา) ที่บัวขาววิลเลจกันจ้าาา.. ฮิ้วว พี่บัวขาวได้ย้ายมาเปิดทั้งค่ายมวย คาเฟ่ และโฮมสเตย์ พร้อมกับสร้างวิวสุดอลังการไว้บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ให้คนเชียงใหม่ นักเที่ยวที่มาเที่ยวได้มาพักผ่อน ย่อนใจกันชิลล์ หรือใครที่อยากลงคอสซ้อมมวยที่ค่ายก็ได้เน้อ วิวธรรมชาติที่ บัวขาววิลเลจแอดขอบอกเลยว่าชิลล์มาก นั่งเพลินมองท้องนา ภูเขา นั่งฟังเสียงไก่ เสียงนกร้อง (นก ไก่ พี่บัวขาวเลี้ยงไว้) เจี้ยวจ้าว มาเป็นระยะๆ คือบำบัดความเหนื่อย ความล้า จากการทำงานมาก และใครที่มานอนพักที่โฮมสเตย์ในช่วงเช้าๆ จะมีทะเลหมอกด้วยนะ เริ่ดมากจ้า ลองหาโอกาศวันหยุดไปพักกันสักครั้งเน้อจ้าว แอดขอรับลองว่าใครทีเคยมีความคิดว่าไปเที่ยวทำไม คงมีแต่นักมวย ต่อย ซ้อมกระสอบทรายเต็มไปหมดแน่ๆ ถ้าได้ลงมา เที่ยวคาเฟ่ริมนา หรือมาเยียมที่บัวขาววิลเลจสักครั้งแล้วจะเปลี่ยนความคิดแน่นอนจ้า พิกัด: บัวขาววิลเลจ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่เวลาเปิด – ปิด: 08:00 – 18:30 น. […]

uoodpoon

November 8, 2021

“10 พิกัด เที่ยวเชียงใหม่หน้าหนาว” การันตีรางวัล Thailand Tourism Awards

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineแจกวาร์ปสำหรับสายเที่ยว จัดเต็มไปกับ 10 พิกัด เที่ยวเชียงใหม่หน้าหนาว ที่คนมาเชียงใหม่ต้องห้ามพลาด!!! บอกเลยว่าจัดเต็มทั้งที่เที่ยว ที่พัก สปา ครบจบในที่เดียว และที่สำคัญแอดไม่ได้สุ่มมาเล่นๆเน้อ ทุกพิกัดล้วนมีรางวัลการันตีจาก Thailand Tourism Awards เลยจ้าาา!! อ๊ะๆ สงสัยมั้ยเอ่ยว่า Thailand Tourism Awards คือใคร แอดขอขยายความก่อนว่า Thailand Tourism Awards คือโครงการประกวดรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย นั่นเอง ซึ่งมาตรฐานของ Thailand Tourism Awards จะช่วยยกระดับคุณภาพของโรงแรมและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ รวมไปถึงช่วยผลักดันให้ผู้ประกอบการเติบโตและเป็นที่รู้จักในระดับประเทศด้วยน้า โดยครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 13 แล้ว ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าที่เที่ยว ที่พักที่ได้รับการการันตีจะมั่นใจได้เลยว่า สะอาด สะดวก ปลอดภัย และได้รับมาตรฐานแน่นอน พอทาง Thailand Tourism Awards ประกาศผลรางวัลปุ๊บแอดก็รีบเก็บพิกัดมาแจกลูกเพจปั๊บ บอกเลยว่าทุกที่เนี่ยต๊าชชชมากกก! ช่องทางติดตามข่าวสารโครงการ Website: bit.ly/3u0mR0E […]

uoodpoon

October 8, 2021

วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร กับตำนานเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของล้านนา ที่อายุกว่า 600 ปี

Facebook iconFacebookTwitter iconTwitterLINE iconLineมาแอ่วเชียงใหม่ทั้งที จะพลาดได้จะใด ต้องมาแวะทำบุญ ไหว้พระที่ วัดเจดีย์หลวง วรวิหารสักครั้ง กับวัดที่มีความเก่าแก่คู่เมืองเจียงใหม่มากว่า 600 ปี และมีเอกลักษณ์โดดเด่นก็คือ องค์พระเจดีย์ที่ก่อเรียงด้วยอิฐที่ใหญ่มหึมา และมีประวัติตำนานเล่าขานมาเยอะมากเล่ายังไงก็ไม่หมดจ้า เป็นวัดที่มีมนต์เสน่ห์ ความสวยงามมากๆ จ้าว  วันนี้แอดก็ได้เก็บภาพบรรยากาศของ “วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร” มาฝากกันตวยเน้อ ซึ่งช่วงนี้ตัวพระวิหารหลวงกำลังปิดปรับปรุงซ่อมแซมอยู่ แต่ยังสามารมาเดินแอ่วถ่ายรูป และมานั่งชิลล์ๆ ที่ร้าน “อารักษ์ คาเฟ” ได้เน้อบรรยากาศเหมาะขนาดจ้าว พิกัด: วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ในช่วงโควิดที่วัดค่อนข้างเงียบและเ็นโอกาสที่ดีที่วัดจะซ่อมบำรุง ปรับปรุงส่วนต่างๆภายในวัด ซึ่งถ้าใครมาเที่ยวเชียงใหม่ช่วงนี้แล้วเห็นว่าทำไมพระวิหารหลวงถึงปิดไม่ให้ขึ้นไปกราบไหว้พระ นั้นก็เพราะว่ากำลังมีการซ่อมบำรุงส่วนของหลังคาของวัดจ้าว และถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับนักท่องเี่ยวที่มาเที่ยวที่วัดจะได้มีโอกาสในการปิดทองช่อฟ้าตวยเน้อจ้าว ลักษณะเด่นของวดเจดีย์หลวงคงไม่พ้นองค์พรเจดย์ ที่เด่นจนกลายมาเป็นชื่อวัดที่ดังไปทั่วโลกจ้าว แต่เนื่องด้วยเหตุแผ่นดินไหวในอดีตจึงทำให้องค์พระเจดีย์แตกหักลงมาบางส่วนจนถึงในปัจจุบัน และสิ่งที่คนเชียงใหม่ในยุคนี้อยากลุ้น อยากเห้นมากที่สุดคือวันที่องค์พระเจดย์ถูกบูรณะ ซ่อมแซมขึ้นมาใหม่ว่าเมื่อซ่อมเสร็จแล้ว ตัวองค์พระเจย์ดีจะสวยและยิ่งใหญ่ขนาดไหน นอกจากองค์พระเจดย์ที่ใหญ่เด่นตาแล้ว ทางวัดยังมีการอัญเชิญองค์พระแก้วมรกต มาไว้ให้ชาวเชียงใหม่ได้มากราบไหว้ถึงที่เลยจ้าว ถึงแม้ในปัจจุบันจะเป็นเพียงองค์จำลองของพระแก้วมรกตก็ตาม ถ้าหากใครเดินชมวัดกันจนครบแล้ว แอดขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดหอธรรมและพิพิธภัณฑ์ที่ประดิษย์ฐานอยู่ในวัดตวยเน้อ ภายในพิพิธภัณฑ์ได้เก็บเรื่องราว ความเป็นมาของวัดเจดย์หลวงและประวัติการก่อตั้งเมืองเชียงใหม่ ส่วนที่ชอบบ่นมาว่าวัดแล้วร้อน เดี๋ยวไม่ร้อนแล้วเน้อ เพราะที่ […]

uoodpoon

September 13, 2021