“
“ฮ่องกง” เมืองสวรรค์ของเหล่านักช้อป เพราะที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องสินค้าแบรนด์เนมทั้งเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าหลายร้อยแบรนด์ให้เลือก นอกจากนี้ยังมีความเป็นเอกลักษณ์ของทัศนียภาพและวัฒนธรรมที่โดดเด่น จึงทำให้แต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกไปเยือนที่นี่กันหลายล้านคน ทริปนี้เจ๋งจึงอาสาพาตะลุยช่วงฤดูกาลลดทั้งเกาะ กับ สายการบิน HK Express โดยภาคนี้จะเน้นตะลุยดงแสงสี ด้วยงบประมาณจำกัด มีที่ไหนน่าสนใจ ตามเจ๋งมา!! ส่วนใครยังไม่ได้เตรียมตัว คลิกด่วน! Hong Kong First Time กับเทคนิคการเตรียมตัวขั้นเทพแบบไม่แทงกั๊กฉบับเข้าใจง่าย และ 11 สิ่งที่คนไทยต้องรู้เมื่อไปถึงฮ่องกง
เจ๋งเริ่มออกเดินทางจากสนามบินเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม โดยเลือกบินตรงกับสายการบิน HK Express ซึ่งป็นสายการบินที่มีชื่อเสียงเรื่องความตรงต่อเวลาและความปลอดภัยระดับ 7 ดาว เที่ยวบิน UO754 เวลา 19.30 น. ไปถึงที่ฮ่องกงเวลา 23.25 น ใช้เวลาเดินทางแค่เพียง 2 ชั่วโมง 30 นาที รวดเร็วสุดๆ
1. สนามบินนานาชาติฮ่องกง (Check Lap Kok) – คืนนี้พี่นอนสนามบิน
พิกัด : พื้นที่ถมทะเลใหม่ เกาะลันเตา
เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาแล้ว อาคารด้านในดูกว้างขวางใหญ่โต มีนักท่องเที่ยวเดินเข้าออกตลอดเวลา เมื่อจัดข้าวจัดของกันแล้วก็ต้องหาที่ทางเพื่อเตรียมตัวนอนกันคืนนี้ อ้อ! อย่าลืมปรับเวลา เพราะที่นี่เร็วกว่าเชียงใหม่ 1 ชั่วโมง
บรรยากาศด้านในสนามบิน ผู้คนพลุกพล่านตลอดเวลา (ซ้ายบน) ข้าวหน้าหมูทอด 26 HK$ หาซื้อได้ตาม 7-ELEVEN รสชาติทั่วไปแต่คลายหิวได้ หากใครชอบรสจัดแบบคนไทยแนะนำให้พกน้ำปลา พริกไปจากเมืองไทย (ซ้ายล่าง) บรรยากาศภายในรถบัสต่อเข้าไปด่านตรวจคนเข้าเมือง (ขวาล่าง)
ส่วนใหญ่คนที่มานอนที่นี่มักจะนอนเก้าอี้ที่พักผู้โดยสารด้านใน ซึ่งนับดูแล้วจำนวนเก้าอี้ไม่ได้มีมากนัก ใครมาก่อนก็ได้จับจองพื้นที่ก่อน หลังจากที่เจ๋งไปแย่งชิงจนได้เก้าอี้มาแล้ว ก็ขอหลับเอาแรงเสียหน่อย แต่เอาเข้าจริงๆแทบไม่ได้นอนเลย เพราะมีคนผ่านไปผ่านมาตลอด ดังนั้นหากใครที่คิดจะเลือกนอนที่สนามบิน แนะนำให้พกผ้าห่ม หมอน ผ้าปิดตาไปด้วยจะสะดวกสบายที่สุด อ้อ! ที่นี่มี Free Wifi เกือบทุกที่ เร็วด้วย
หลังจากที่งีบหลับไปชั่วยาม ถึงเวลาที่ต้องออกเดินทางกันอีกครั้ง สิ่งแรกที่ต้องทำคือ การต่อแถวซื้อบัตร Octopus ซึ่งจำเป็นอย่างมากต่อการเดินทางและซื้อของ โดยค่าบัตรแรกจ่าย 150 HK$ เป็นค่ามัดจำบัตร 50 HK$ และมีเงินเหลือในบัตร 100 HK$ เมื่อนำบัตรมาคืนตอนกลับจะได้เงินค่ามัดจำคืน แต่ในกรณีที่แลกบัตรคืนก่อน 3 เดือนจะถูกหักค่ามัดจำ 9 HK$
2. Sim Card – ขาด Social พี่ขาดใจ
พิกัด : ร้าน 7-ELEVEN ทุกสาขาราคา : 80 HK$ ใช้ได้ 5 วัน
เนื่องจากทุกวันนี้เจ๋งกลายเป็นมนุษย์ Social แบบเต็มตัว จึงต้องมองหาซิมการ์ดพกไว้สักอันสองอัน ซึ่งที่ฮ่องกงถือว่าสะดวกสบายมากๆ เพราะสามารถหาซื้อได้ตาม 7-ELEVEN ในราคา 80 HK$ ใช้ได้ 5 วัน เพียงแค่ใส่ซิมและเปิดสัญญาณ Cellular Data ก็สามารถใช้งานได้เลย สัญญาณค่อนข้างแรง แต่ช่วง 2 วันหลังใช้การไม่ได้เลย ไม่แน่ใจว่าสัญญาณมีปัญหาหรือเกิดจากสาเหตุใด แต่ถ้าหากไม่จำเป็นต้องใช้อินเตอร์เน็ตมาก แนะนำให้ใช้ Free Wifi ตามห้างสรรพสินค้าหรือพื้นที่สาธารณะทั่วไป ใช้ได้ครั้งละ 30 นาที – 1 ชั่วโมง
3. Bus Station – การเดินทางครั้งแรกได้เริ่มขึ้น
พิกัด : สนามบินนานาชาติฮ่องกง Terminal 2เวลาเดินรถ : 06.00-24.00 น. รถออกทุก 10-20 นาทีค่าบริการ : 33 HK$
การเดินทางเข้าเมืองสามารถไปได้หลายเส้นทางทั้ง Airport Express รถแท็กซี่และรถบัสประจำทาง เจ๋งเลือกวิธีสุดท้าย เพราะถูกที่สุดและสามารถมองเห็นวิวสวยๆของเกาะฮ่องกงได้แบบไกลสุดลูกหูลูกตา แต่อาจจะล่าช้าไปบ้างในวันที่รถติด เดินทางไปตามป้าย To City ในสนามบิน Terminal 2 จนสุดทางจะมีป้าย Bus Station รอประมาณ 5 นาทีรถก็มาถึง เนื่องจากสถานที่แรกของวันนี้เราต้องไป Check-in ที่พัก จึงเลือกไปลงสถานีจอร์แดน โดยรถบัส สาย A21 ค่าบริการ 33 HK$
4. Bright Studio + Kitchen – ห้องพักคุณหนู ใหญ่กว่ารูหนูไปนิดเดียว
พิกัด : Man Wui Street, ถนน Jordan & Austin ฝั่งเกาลูน ใกล้ MTR 7Bราคา : 351 HK$ / คืน
สำหรับการมาที่พักเมื่อถึงถนนจอร์แดน ให้เดินย้อนกลับมาที่ MTR จากนั้นลอดอุโมงค์เลี้ยวขวาเข้าถนน Ferry เดินไปก่อนถึง 7-ELEVEN ตึกจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ ชื่อ 2-8 MAN WAH BUILDING โดยที่พักที่นี่เราจองผ่าน www.airbnb.com ซึ่งเป็นเว็บน้องใหม่มาแรงที่เราสามารถพูดคุยสอบถามกับเจ้าของห้องพักโดยตรง จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต มาถึงก็เข้าพักได้เลย แต่การจะเข้าที่นี่ได้ต้องมีรหัสก่อน ซึ่งทางเจ้าของห้องจะส่งมาให้เราทาง Inbox ของเว็บอยู่แล้ว
ตึกนี้ดูภายนอกอาจจะเก่า แต่เมื่อเข้ามาในห้องกลับรู้สึกถึงความแตกต่าง เพราะด้วยการตกแต่งโทนสีขาวสบายตาบวกกับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้ลืมภาพของห้องแคบๆไปโดยปริยาย ส่วนข้าวของเครื่องใช้ที่นี่มีให้ครบทั้งอ่างล้างจาน กาน้ำร้อน ชาม ช้อน เตาไฟฟ้า ไดรส์เป่าผม รองเท้า ห้องน้ำในตัวและฟรี Wifi ปลอดภัย ไม่น่ากลัว แต่ห้องน้ำแคบไปนิดและประตูหน้าห้องเปิดค่อนข้างยาก โดยรวมคะแนนเต็ม 10 เอาไป 8 กะโหลก
5. รถไฟฟ้าใต้ดิน MTR สถานีจอร์แดน – รวดเร็วดั่งขีปนาวุธ
พิกัด : ถนน Saigonเวลาเดินรถ : 06.00-01.00 น.ค่าบริการ : 4.4 HK$
หลังจากที่แพ็กกระเป๋าเก็บข้าวของเรียบร้อย ก็ถึงเวลาออกเดินทางกันเสียที สถานีแรกที่เราจะมุ่งหน้าไปคือ ย่าน Tsim Sha Tsui อีกหนึ่งย่านเศรษฐกิจสำคัญ มีแหล่งกิน เที่ยว ช้อปที่ขึ้นชื่ออย่างมากมาย โดยการเดินทางครั้งนี้เลือกใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดิน เนื่องจากเย็น สบาย สะดวก รวดเร็ว (แนะนำให้โหลด App MTR ติดไว้ในเครื่องเพื่อเช็คเส้นทาง) เดินทางจากสถานี Jordan ไปยัง East Tsim Sha Tsui ใช้ระยะเวลา 13 นาที ออกประตู F ราคา 4.4 HK$ โดยใช้บัตร Octopus แต่หากยังไม่มีบัตรสามารถซื้อบัตรรถไฟฟ้าใต้ดินได้ที่ตู้ซื้อตั๋วเพื่อซื้อแบบเที่ยวเดียว
6. ย่าน Tsim Sha Tsui – คึกคักจนไม่ยอมหลับไม่ยอมนอน
พิกัด : Tsim Sha Tsui ฝั่งเกาลูน
อีกหนึ่งย่านที่โดดเด่นไม่แพ้ย่านอื่นคือย่าน Tsim Sha Tsui หรือชื่อคุ้นหูของคนไทย จิมซาจุ่ย อยู่ฝั่งเกาลูน เป็นย่านที่ครบเครื่องทั้งแหล่ง กิน เที่ยว พัก สำหรับคนที่ชอบแสงสี มีทั้งร้านค้า ห้างสรรพสินค้าดังๆหลากหลายแบรนด์ เปิดตลอดทั้งวันทั้งคืน อีกทั้งการเดินทางมาก็สะดวกสบายทั้งรถไฟฟ้าใต้ดิน MTR, เรือ Ferry ข้ามฟาก, รถเมล์และรถแท็กซี่ *เตือนสำหรับคุณผู้หญิงให้ระวังตัวนิดนึง เพราะย่านนี้คนผิวสีค่อนข้างเยอะ*
7. Hong Kong Musuem of Art – หลากหลายสไตล์ของคนชอบศิลป์
พิกัด : ก่อนถึง Avenue of stars ย่าน Tsim Sha Tsui
ค่าบริการ : บุคคลทั่วไป10 HK$ เด็ก 5 HK$ วันพุธเข้าฟรี
เปิดให้บริการ : 10:00 น. – 18:00 น.
วันเสาร์เปิดให้บริการ : 10:00 น. – 20:00 น.
วันหยุด : ทุกวันพฤหัส (ยกเว้นวันหยุดราชการ)
มีคนเคยบอกว่า หากอยากรู้ถึงที่ไปที่มาของประเทศนั้นๆ สถานที่หนึ่งที่เราไม่ควรพลาดคือ พิพิธภัณฑ์ พิพิธภัณฑ์ที่นี่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ สามารถขึ้นไปชมได้ทั้งหมด 4 ชั้น ศิลปะที่นำมาโชว์มีหลากหลายสไตล์ ทั้งภาพวาดพู่กันจีน งานแกะสลัก งานศิลปะร่วมสมัย ภาพถ่ายประวัติศาสตร์และวัตถุโบราณของชาวจีนที่หาดูได้ยาก
8. Avenue of Stars – แหล่งรวมดาราฮ่องกง
พิกัด : ย่าน Tsim Sha Tsui ติดอ่าววิคตอเรีย
หนึ่งแลนมาร์คยอดฮิตของนักท่องเที่ยว แนะนำให้มาที่ Avenue of Stars หรือ Hollywood Walk of Frame สถานที่รวบรวมรอยมือและภาพปั้นของดาราฮอลีวู้ดแห่งดินแดนจีนแผ่นดินใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเฉินหลง บรูซลี เจ็ทลี ฯลฯ ตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศสวยงามของเกาะฮ่องกง ในแต่ละวันจึงมีนักท่องเที่ยวหลายพันคนแวะไปเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย
9. เรือ Ferry ข้ามฟาก – จากฝั่งเกาลูนไปเกาะฮ่องกง
พิกัด : ย่าน East Tsim Sha Tsui ติดอ่าววิคตอเรียเวลาเดินเรือ : 06.30-23.30 น.ค่าบริการ : เริ่มต้น 2 HK$
หลังจากที่เพลิดเพลินกับฝั่ง Tsim Sha Tsui กันจนหนำใจแล้ว เราก็จะข้ามไปฝั่งฮ่องกง อีกหนึ่งช่องทางการเดินทางที่จะทำให้คุณได้สัมผัสความเป็นฮ่องกงแบบใกล้ชิด คือ การนั่งเรือ ซึ่งสะดวกรวดเร็วมาก ใช้เวลาเดินทาง 5 นาทีก็ถึงที่หมาย อีกทั้งยังได้สัมผัสวิวสวยงามระหว่างทาง โดยเรือที่เราใช้บริการนี้ เดินทางจาก Tsim Sha Tsui ไปยังฝั่ง Central
10. ย่าน Central – ศูนย์กลางช้อปปิ้งของแบรนด์เนม
พิกัด : Central ฝั่งฮ่องกง
Central ศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของเกาะฮ่องกง ด้วยเหตุนี้จึงเต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องสูงใหญ่ อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของอาคารรัฐสภา สถาบันการเงิน ตึกสำคัญๆของฮ่องกงอย่างตึก IFC Mall ตึก HSBC และที่สำคัญมีร้านค้าสินค้าแบรนด์เนมต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะเป็น LOUIS VUITTON, ARMANI, PRADA, GUCCI, VERSACE, Hermès, FENDI ฯลฯ จึงเหมาะสำหรับคนกระเป๋าหนักมาช้อปปิ้ง
Hong Kong Observation Wheel อีกหนึ่งมุมถ่ายรูปยอดฮิตของนักท่องเที่ยวย่านเซ็นทรัล เป็นชิงช้าสวรรค์ยักษ์ที่เคลื่อนไปตามที่ต่างๆ ที่เกาะฮ่องกงแห่งนี้เปิดให้บริการถึงวันที่ 31 ต.ค. 2017 ตั้งแต่เวลา 10.00 ‑ 23.00 น. ค่าบริการผู้ใหญ่ 100 HK$ เด็ก 70 HK$
เดินจากฝั่งเซ็นทรัลขึ้นมาฝั่งเชิงหว่าน ระหว่างทางจะผ่านถนน Wellington, Peel, Graham เป็นถนนเส้นเล็กๆ แต่มีความโดดเด่นในเรื่องของวิถีชีวิตของชาวจีนที่ยังคงอบอวลอยู่ ตลอดสองข้างทางจึงมีสมุนไพรจีน รังนก กระเพาะปลาและพืชผักท้องถิ่นขายในราคาย่อมเยาว์ ใครที่ชอบบรรยากาศแบบจีนๆต้องแวะมา
11. TAI CHEONG BAKERY – อร่อยหวานน้อยเอาใจพี่ไปเลย
พิกัด : 35 Lyndhurst Terrace ย่านเชิงหว่านเวลาเปิด – ปิด : จ.-ส. 07.30-21.00 น. อ. – วันหยุดนักขัตฤกษ์ 08.30-21.00 น.ราคา : 7 HK$
นึกถึงทาร์ตไข่หลายท่านต้องนึกถึงมาเก๊า แต่ท่านรู้หรือไม่ว่าที่ฮ่องกงมีทาร์ตไข่โปรตุเกสเจ้าหนึ่ง คือ TAI CHEONG ที่โด่งดังอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวรวมถึงชาวไทยด้วย เนื่องจากรสชาติไม่หวานและไม่เลี่ยน จึงทำให้ทุกวันมีลูกค้าเดินเข้ามาซื้อเป็นของฝากจนแน่นร้าน
12. ย่าน Sheng Wan – เมืองเก่าที่มีชีวิต
พิกัด : Sheng Wan ฝั่งฮ่องกง
หนึ่งในย่านที่น่าประทับใจของทริปนี้ต้องยกให้ Sheng Wan หรือ เชิงหว่าน ด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมแบบชาวจีนที่ยังคงหลงเหลือทำให้สัมผัสได้ถึงความลงตัวที่หาดูได้ยาก บวกกับย่านนี้เคยถูกยึดครองโดยประเทศอังกฤษเพื่อวางรากฐาน บางตึกจึงสร้างในสไตล์จีนตะวันตกดูสวยงามมีเอกลักษณ์ ร้านค้าส่วนใหญ่เป็นร้านขายสมุนไพรจีน ผักสด รังนกและจิวเวลรี่ ส่วนห้างสรรพสินค้าก็มีบ้างแต่ไม่ได้เยอะเหมือนเช่นย่านจิมซาจุ่ยและฝั่งฮ่องกง
13. ย่าน Causeway Bay – แหล่งสุดชิคของคนชอบช้อป
พิกัด : Causeway Bay ฝั่งฮ่องกง
ลงมาทางตอนใต้ของฝั่งฮ่องกง เราจะพบกับย่าน Causeway Bay ซึ่งเป็นอีกย่านหนึ่งที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่นมาก เนื่องจากมีศูนย์การค้าสำคัญๆหลากหลายแบรนด์ตั้งอยู่ไม่ว่าจะเป็น Time Square, Causeway Bay Plaza ฯลฯ ทั้งเครื่องสำอาง เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าที่มีช้อปติดๆกัน จึงกลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งยอดฮิตของนักท่องเที่ยวและคนฮ่องกงไปโดยปริยาย
เรียกได้ว่าเป็นทริปสั้นๆสำหรับคนมีงบจำกัด เน้นสะดวก สบาย คนที่เคยไปฮ่องกงแล้วหรือยังไม่เคยไปก็สามารถตามไปเที่ยวได้ นอกจากนี้เจ๋งยังมีทริปน่าสนใจในฮ่องกงที่เดินทางกับสายการบิน HK Express คลิกเลย
ท่านใดมีแหล่งกินเที่ยวที่น่าสนใจในฮ่องกง แนะนำเจ๋งเข้ามาได้ อย่าลืมแวะมา Comment มาแชร์ให้เจ๋งได้รู้ตามช่องด้านล่างหรือ
หมุดสีแดงคือ ที่เที่ยว หมุดสีฟ้าคือ ที่กิน หมุดสีเขียว คือ ที่พัก หมุดสีเหลืองคือ ย่าน หมุดสีฟ้าอ่อน คือ การเดินทาง